วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกจ่อ'เพิ่มมูลค่า' หุ้น3แบงก์ใหญ่

หลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการของ "เอสเอสไอ" โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะมีการเพิ่มมูลค่าหุ้น 3แบงก์ใหญ่ที่เป็น "เจ้าหนี้"

กรณีศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการของ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) มีการแบ่งเจ้าหนี้ออกเป็น 13 กลุ่ม มียอดหนี้รวม 6.92 หมื่นล้านบาท เป็นเงินต้น 6.39 หมื่นล้านบาท และดอกเบี้ย 5.29 พันล้านบาท โดยบริษัทมีแผนจะลดทุนจดทะเบียนที่ยังไม่ได้ชำระ และจะเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อทำการแปลงหนี้เป็นทุน โดยเจ้าหนี้ในกลุ่มที่ 1 และ 2 ซึ่งเราคาดว่าเป็นเจ้าหนี้ธนาคาร คือธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกรุงไทย (KTB) และทิสโก้ (TISCO) จะได้รับการผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือน รวม 144 เดือน และสามารถเลือกรับชำระหนี้ด้วยวิธีการโอนหุ้นชำระเงินต้นคงค้างและดอกเบี้ยคงค้างได้

จากการสำรวจความคิดเห็นโบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะมีการเพิ่มมูลค่าหุ้น 3แบงก์ใหญ่ที่เป็นเจ้าหนี้เร็วๆ นี้ 

บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า จากการผ่านแผนฟื้นฟูกิจการดังกล่าว คาดว่าช่วงปลายปีนี้จะเห็นผลบวกจากการปรับระดับสินเชื่อของ SSI จากปัจจุบันที่เป็นเอ็นพีแอลกลับมาเป็น สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) ซึ่งจะทำให้เอ็นพีแอลของ 3 ธนาคาร ลดลง ขณะที่สำรองหนี้สูญที่ทั้ง 3 ธนาคารเคยตั้งไว้สำหรับ SSI นั้น คาดว่าจะไม่มีการกลับสำรองมาเป็นกำไร แต่จะคงไว้เป็นสำรองทั่วไป ซึ่งจะส่งผลให้แรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญในปี 2560 ลดลง โดยเราคาด NPL Coverage Ratio ของแต่ละธนาคารภายหลังการผ่านแผนฟื้นฟูเพิ่มขึ้น ได้แก่ SCB คาดเพิ่มจาก 130% เป็น 159% KTB จาก 105% เป็น 117% และ TISCO จาก 107% เป็น 121%

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการปรับประมาณการกำไรของทั้ง 3 ธนาคาร เพราะเชื่อว่าธนาคารจะไม่มีการกลับสำรองหนี้ที่ตั้งไว้สำหรับ SSI มาเป็นกำไร แต่ผลกระทบทางอ้อม คือ คุณภาพหนี้โดยรวมที่ดีขึ้น และสำรองส่วนเกินที่เพิ่มขึ้น ทำให้เรามีมุมมองเป็นบวกต่อทั้งสามธนาคาร และมีแนวโน้มที่ปี 2560 ธนาคารจะตั้งสำรองหนี้สูญน้อยลงจากสำรองส่วนเกินในปัจจุบันนั้น ซึ่งอาจมีการปรับประมาณการเพื่อสะท้อนประเด็นดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

ด้าน บล.โกลเบล็ก มองว่า ประเด็นดังกล่าวจะเป็นผลดีกับเจ้าหนี้ธนาคารทั้ง 3 รายซึ่งมีมูลหนี้รวมราว 5 หมื่นล้านบาท ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มูลหนี้ราว 2.2 หมื่นล้านบาท ธนาคารกรุงไทย (KTB) มูลหนี้ราว 2.3 หมื่นล้านบาท และทิสโก้ (TISCO) มูลหนี้ราว 4.4 พันล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 ธนาคารได้ตั้งสำรองหนี้สูญเต็มจำนวนในไตรมาส 3/2558 และจะสามารถกลับรายการและส่งผลให้กำไรไตรมาส 4/2559 เติบโตสูงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และงวดเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นอัพไซด์จากประมาณการกำไรปกติปี 2559 จากเดิมที่คาด SCB จะมีกำไรราว 4.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 3% KTB คาดกำไร 3 หมื่นล้านบาท เติบโต 5% ส่วน TISCO คาดจะมีกำไร 5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18%

ส่วน บล.บัวหลวง คาดว่า ธนาคารทั้ง 3 แห่ง จะได้รับประโยชน์จากกรณีนี้ โดยคาดเอ็นพีแอล SCB จะลงจาก 2.9% เหลือ 2.4% KTB ลดลงจาก 4.2% เหลือ 3.7% และ TISCO ลดลงจาก 3% เหลือ 2.7% หนุนให้กำไรไตรมาส 4/2559 และปีหน้ามีโอกาสจะดีกว่าคาด จากการตั้งสำรองที่จะน้อยลง ทั้งนี้ ได้ปรับประมาณการกำไร KTB ขึ้น 7% ในปี 2559 และ 3% ปี 2560 จากก่อนหน้านี้ที่มีมุมมองเชิงลบเกินไปที่คาดจะต้องมีการตั้งสำรองเพิ่มเติมอีกในไตรมาส 4 นี้

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.5% ขณะที่ธนาคารทั้ง 3 แห่งนี้ ได้แก่ SCB เพิ่มขึ้น 3.89% KTB เพิ่มขึ้น 2.94% ส่วน TISCO เพิ่มขึ้นราว 1%