"กรมธุรกิจพลังงาน" หารือแนวปฎิบัติของผู้ค้าก๊าซแอลพีจี หลังเปิดเสรีนำเข้าในปีหน้า คาด "กบง." เตรียมประกาศโครงสร้างราคาขายปลีกใหม่ต้นปีหน้า
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า กรมได้หารือกับผู้ค้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ถึงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการนำเข้าแอลพีจีเสรี หลังคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ให้เปิดเสรีนำเข้าแอลพีจี ตั้งแต่เดือนม.ค.2560 ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ค้าแอลพีจีภายใต้ยี่ห้อ “บิ๊กแก๊ส” ได้ขอทำถังแอลพีจีเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับผู้ค้าแอลพีจีกลุ่มหนึ่งที่เคยสั่งซื้อจากรายอื่นแจ้งว่าจะรวบรวมสมาชิกเพื่อขอนำเข้าแอลพีจีเองด้วย
ทั้งนี้ เพื่อรองรับปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ทยอยลดลง ซึ่งการเปิดเสรีนำเข้าแอลพีจีจะทำให้มีผู้เล่นในตลาดแอลพีจีมากขึ้นทั้งการนำเข้าและการค้าปลีก ธุรกิจแอลพีจีก็มีการแข่งขันตามกลไกตลาดมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่สามารถเลือกสินค้าได้หลากหลายยี่ห้อมากกว่าปัจจุบัน ในราคาที่เป็นธรรมและมีแนวโน้มถูกลง ขณะเดียวกัน ธพ.ก็ต้องผลักดันให้มีการผลิตถังใหม่มากขึ้น เพื่อลดการดูแลถังเก่าปี 2560
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) นัดถัดไปต้นเดือนม.ค.2560 จะประกาศโครงสร้างราคาขายปลีกแอลพีจีใหม่ จากเดิมกำหนดให้อิงราคาการผลิตและจัดหารวม (Pool Price) โดยใช้ราคานำเข้า CP+85 เหรียญสหรัฐต่อตัน เปลี่ยนมาเป็นอิงราคานำเข้า CP+X โดย X จะเป็นเท่าใดก็ต้องมาคำนวณแต่ละเดือน ซึ่งจะมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาดูแลโดยเฉพาะในส่วนของผู้บริโภคครัวเรือนตามเดิม เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้บริโภคจนกว่าจะมีการแข่งขันโดยสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ธพ.กำหนดการยื่นคำขอนำเข้าส่งออกทุกวันที่ 20 ของเดือน โดยไม่จำกัดโควตา ผู้ค้ารายใดจะนำเข้าปริมาณเท่าใดก็เพียงแจ้งมาที่ ธพ.ล่วงหน้า 3 เดือน โดยต้องมีปริมาณสำรองตามกฎหมาย 1% เพื่อสามารถบริหารการนำเข้าแอลพีจีให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ ไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลน โดยเฉลี่ยปี 2559 ไทยมีการนำเข้าแอลพีจี 4 หมื่นตันต่อเดือน เมื่อเปิดเสรีนำเข้าแอลพีจีแล้ว ผู้ค้ารายใดที่นำเข้าเองแต่ไม่มีคลังเป็นของตนเอง ก็ต้องรอเช่าคลังแอลพีจีที่เขาบ่อยา จ.ชลบุรี ส่วนขยาย ของปตท. ซึ่ง กบง.จะจัดทำโครงสร้างค่าเช่าคลังของปตท.ออกมาให้มีความชัดเจนออกมาในช่วงเดือนเม.ย.2560 โดยอัตราค่าเช่าจะต้องเท่ากับที่ปตท.จ่ายด้วย








