เอเซียพลัสระบุ "หุ้นปูนซิเมนต์ไทย,เบอร์ลี่และกรุงเทพประกันชีวิต"เข้าข่ายถูกทำวินโดว์เดรสซิ่ง แนะทยอยสะสมดักหน้ากองทุนเร่งซื้อสะสมช่วงปลายปี
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กลยุทธ์ลงทุนเดือนธ.ค. แนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่กองทุนนิยมซื้อสะสมในช่วงท้ายปี และให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่า SET Index โดยทยอยสะสมได้ตั้งแต่ 3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปี และขายช่วงสิ้นปี โดยหุ้นที่ฝ่ายวิจัยแนะนำ คือ หุ้นเด่นที่คาดว่าจะถูกทำ Window Dressing งวดไตรมมาส4 ปี2559 ประกอบด้วยหุ้นปูนซิเมนต์ไทย (SCC) หุ้นเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) และหุ้นกรุงเทพประกันชีวิต (BLA)
ทั้งนี้ แนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือปลายปีน่าจะยังแกว่งตัวในกรอบแคบๆ พร้อมมูลค่าการซื้อขายเบาบางลง ทั้งนี้ หากลองย้อนดูสถิติในอดีต พบว่าตลาดหุ้นไทยในช่วง 3 สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ธ.ค. SET Index ให้ผลตอบแทนเป็นลบเล็กน้อยที่ -0.06% และมีค่าความน่าจะเป็นที่ผลตอบแทนเป็นบวกเพียง 40% ตรงข้ามกับตลาดหุ้นประเทศเพื่อนบ้านในช่วงเวลาเดียวกัน กลับ outperform มากกว่าตลาดหุ้นไทย ทั้งตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์
อย่างไรก็ตามในปีนี้ แรงขายต่างชาติมีน้ำหนักมากขึ้น เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า อาจจะทำให้ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านมีสภาพไม่ต่างกับประเทศไทย
สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้สถิติอดีตบ่งบอกว่าไม่สามารถให้ผลตอบแทนเป็นบวก แต่หากพิจารณาเป็นรายหุ้นพบว่าสามารถเอาชนะตลาด ด้วยความน่าจะเป็นที่ค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเกิดจากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากเม็ดเงินผ่านการซื้อของนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนประหยัดภาษี LTF/RMF ที่มักกระจุกตัวในช่วงปลายปี โดยคิดเป็นกว่า 46% ของยอดซื้อทั้งปี นอกจากนี้ ยังมีปรากฏการณ์ Window Dressing ซึ่งสอดคล้องกับสถิติ 10 ปีย้อนหลัง พบว่า ในเดือน ธ.ค. นักลงทุนสถาบัน ซื้อสุทธิ 9 ใน 10 ปี ด้วยมูลค่าเฉลี่ยกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท
ด้านบล.บัวหลวง ระบุว่า ส่วนแนวโน้มสัปดาห์หน้า คาดเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการทำ Window dressing แนะเลือกเล่นรอบรายตัว เพิ่มการเล่นรอบหุ้นที่มีนัยทางสถิติปรับขึ้นช่วงสิ้นไตรมาส คาดวันนี้-พรุ่งนี้ หากลงรับข่าวเฟดแล้วถ้ายังไม่หลุด 1,515 จุด คาด มีโอกาสรีบาวด์อีกครั้ง แนวต้านเดิม 1,545 จุด ส่วนกรณีหลุด 1,515 จุด คาดว่าเป็นการปรับลงเพื่อสร้างฐานใ






