โบรกเกอร์ คาดดัชนีหุ้นไทยพรุ่งนี้ดีดกลับ ได้เม็ดเงินจากแอลทีเอฟ-อาร์เอ็มเอฟ หนุน ประเมินแนวรับ 1,515 จุด แนวต้าน 1,525-1,530 จุด
สำหรับการลงทุนในหุ้นไทยวันนี้ (15ธ.ค.) ปรากฎว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเล็กน้อย ตอบรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 0.50% เป็น 0.75% และขยับตัวเลขคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคตขึ้น จึงทำให้จากเดิมที่คาดปีหน้าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง กลายเป็น 3 ครั้ง
แต่ในขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานโค้งสุดท้ายของปี วางแผนภาษีกับ LTF&RMF ในระหว่างวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ จะช่วยกระตุ้นให้มีแรงซื้อผ่านเม็ดเงินแอลทีเอฟ และอาร์เอ็มเอฟ ช่วงต้นสัปดาห์หน้า จนทำให้ดัชนีหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ ส่วนวันนี้ดัชนีปิดที่ระดับ 1,519.65 จุด ลดลง 1.60 จุด หรือ 0.11% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 49,530.71 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผุ้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ค่อนข้างซึมตัว เนื่องจากลงมาปรับฐานค่อนข้างมาก หากเทียบตลาดหุ้นในภูมิภาคถือว่าน้อย โดยประเมินแรงกดดันของการอ่อนค่าของค่าเงินบาทยังคงมีอยู่ แต่ก็ยังมีแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน และแรงซื้อแอลทีเอฟปลายปีเข้ามาเป็นตัวประครองตลาด
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ (16 ธ.ค.) คาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันนี้ โดยประเมินกรอบที่ 1515-1530 จุด กลยุทธ์ในการลงทุน แนะนำหุ้นที่ได้รับผลดีจากมาตราการรัฐ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน
ด้าน นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดลูกค้าส่วนบุคคล บล.ทิสโก้ ระบุว่าการลงทุนในสัปดาห์หน้า คาดหุ้นไทยมีโอกาสกลับมาบวกอีกครั้ง เพราะตลาดรับรู้ข่าวเฟดขึ้นดอกเบี้ยมาล่วงหน้า 4-5 เดือนแล้ว อีกทั้งยังมีเม็ดเงินจากกองทุนรวมแอลทีเอฟ และอาร์เอ็มเอฟช่วยหนุน โดยมองเป้าดัชนีสิ้นปีนี้ที่ 1,540 จุด
ด้านกลยุทธ์ เชื่อว่าปีหน้าหุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐต่อเนื่องผ่าน Action plan มูลค่ารวมกว่า 9 แสนล้านบาท จึงแนะนำซื้อหุ้นกลุ่มรับเหมา หุ้นกลุ่มอาหาร และหุ้นกลุ่มพลังงานทางเลือก พร้อมกับประเมินแนวรับ 1515 จุด แนวต้าน 1525-1530 จุด
โบรกคาดพรุ่งนี้ดัชนีดีดกลับอยู่ในกรอบ 1515-1530 จุด
โบรกเกอร์ คาดดัชนีหุ้นไทยพรุ่งนี้ดีดกลับ ได้เม็ดเงินจากแอลทีเอฟ-อาร์เอ็มเอฟ หนุน ประเมินแนวรับ 1,515 จุด แนวต้าน 1,525-1,530 จุด
สำหรับการลงทุนในหุ้นไทยวันนี้ (15ธ.ค.) ปรากฎว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเล็กน้อย ตอบรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 0.50% เป็น 0.75% และขยับตัวเลขคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคตขึ้น จึงทำให้จากเดิมที่คาดปีหน้าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง กลายเป็น 3 ครั้ง
แต่ในขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานโค้งสุดท้ายของปี วางแผนภาษีกับ LTF&RMF ในระหว่างวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ จะช่วยกระตุ้นให้มีแรงซื้อผ่านเม็ดเงินแอลทีเอฟ และอาร์เอ็มเอฟ ช่วงต้นสัปดาห์หน้า จนทำให้ดัชนีหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ ส่วนวันนี้ดัชนีปิดที่ระดับ 1,519.65 จุด ลดลง 1.60 จุด หรือ 0.11% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 49,530.71 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผุ้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ค่อนข้างซึมตัว เนื่องจากลงมาปรับฐานค่อนข้างมาก หากเทียบตลาดหุ้นในภูมิภาคถือว่าน้อย โดยประเมินแรงกดดันของการอ่อนค่าของค่าเงินบาทยังคงมีอยู่ แต่ก็ยังมีแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน และแรงซื้อแอลทีเอฟปลายปีเข้ามาเป็นตัวประครองตลาด
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ (16 ธ.ค.) คาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันนี้ โดยประเมินกรอบที่ 1515-1530 จุด กลยุทธ์ในการลงทุน แนะนำหุ้นที่ได้รับผลดีจากมาตราการรัฐ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน
ด้าน นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดลูกค้าส่วนบุคคล บล.ทิสโก้ ระบุว่าการลงทุนในสัปดาห์หน้า คาดหุ้นไทยมีโอกาสกลับมาบวกอีกครั้ง เพราะตลาดรับรู้ข่าวเฟดขึ้นดอกเบี้ยมาล่วงหน้า 4-5 เดือนแล้ว อีกทั้งยังมีเม็ดเงินจากกองทุนรวมแอลทีเอฟ และอาร์เอ็มเอฟช่วยหนุน โดยมองเป้าดัชนีสิ้นปีนี้ที่ 1,540 จุด
ด้านกลยุทธ์ เชื่อว่าปีหน้าหุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐต่อเนื่องผ่าน Action plan มูลค่ารวมกว่า 9 แสนล้านบาท จึงแนะนำซื้อหุ้นกลุ่มรับเหมา หุ้นกลุ่มอาหาร และหุ้นกลุ่มพลังงานทางเลือก พร้อมกับประเมินแนวรับ 1515 จุด แนวต้าน 1525-1530 จุด








