วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บตท.'ออกหุ้นกู้บีเอ็มเอส 6 พันล้านชูดอกเบี้ย 3.24%ต่อปี

“บตท.”ออกหุ้นกู้บีเอ็มเอส 6 พันล้าน อายุ 5 ปี ดอกเบี้ย 3.24%ต่อปี

นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ กรรมการและผู้จัดการ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท. หรือ SMC) รัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า "บริษัท นิติบุคคลเฉพาะกิจ บตท. (9) จำกัด (ซึ่ง บตท. ถือหุ้น 49% ของทุนจดทะเบียน) ได้มีการออกหุ้นกู้ใหม่ภายใต้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (securitization) มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ให้กับผู้ลงทุนสถาบันและหรือผู้ลงทุนรายใหญ่ไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา 

ทั้งนี้เป็นหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกันบางส่วน (บตท. ค้ำประกันหุ้นกู้ 90%) และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ หุ้นกู้ดังกล่าวมีอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.24% ต่อปี โดยผู้ถือหุ้นกู้จะได้รับชำระดอกเบี้ยพร้อมกับทยอยได้รับชำระคืนเงินต้นทุกเดือนตลอดอายุหุ้นกู้ 

หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ AA- โดย ทริสเรทติ้ง ซึ่งการระดมทุนครั้งนี้จัดว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้รับผลตอบรับที่ดีจากนักลงทุน สามารถพัฒนาโครงสร้างของโครงการให้ก้าวเข้าสู่สากลมากขึ้น และยังสอดคล้องกับพันธกิจองค์กร โดย บตท. ได้แต่งตั้งให้ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้

การเสนอขายหุ้นกู้มีประกันบางส่วนตามโครงการที่ได้รับอนุญาตตามพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจ เพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. 2540 และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ชนิดทยอยชำระคืนเงินต้นด้วยกระแสรายรับจากสิทธิเรียกร้องในค่างวดตามสัญญากู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยของบริษัท นิติบุคคลเฉพาะกิจ บตท. (9) จำกัด ครั้งที่ 1/2559 ครบกำหนดไถ่ถอน พ.ศ. 2564

ด้าน นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นกู้ภายใต้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (securitization) ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 ของ บตท. ซึ่งปัจจุบันเป็นรายเดียวในตลาดที่มีการเสนอขายหุ้นกู้ประเภทดังกล่าว 

“การเสนอขายครั้งนี้ นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ทั้งในด้านมูลค่าเสนอขายสูงสุดนับตั้งแต่ บตท. ดำเนินการระดมทุนผ่านโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2545 รวมถึงเริ่มมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการค้ำประกัน ตามที่ บตท. มีความมุ่งหวังว่าจะพัฒนารูปแบบของตราสารให้เข้าสู่ความเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความเสี่ยงของนักลงทุน”