วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘แอดวานซ์-โรบินสัน’ คะแนน'ซีจี'ร่วง

ผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการบจ.ไทยปี2559 พบ 2 บริษัทใหญ่ซึ่งเคยคะแนน"ดีเลิศ"เมื่อปีก่อน มีคะแนนลดลงมาเหลือเพียง "ดีมาก"

จากผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี2559 (Corporate Governance Report of Thai ListedCompanies 2016) ซึ่งโดยภาพรวม บจ.ไทยมีพัฒนาการทางด้านCGที่ดีขึ้น จากการสำรวจ บจ.ทั้งหมด601บริษัท มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่78% สูงกว่าปี2558 (588บริษัท)ที่มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ75% ขณะเดียวกันพบว่า บจ.ที่ได้ 90 คะแนนขึ้นไป คือ มี CG ดีเลิศ เพิ่มขึ้นจาก 55 บริษัท เมื่อปี 2558 เป็น 80 บริษัทในปีนี้

ปีนี้มี 2 บริษัทใหญ่ซึ่งเคยได้รับคะแนนดีเลิศเมื่อปีก่อน กลับมีคะแนนลดลงมาเหลือเพียงดีมาก คือ ได้รับคะแนน 80-89 คะแนน ได้แก่ แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS)

สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นแอดวานซ์ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ลดลง 3.2% จาก 152 บาท ลงมาเหลือ 147 บาท ขณะที่ราคาหุ้นโรบินสัน เพิ่มขึ้น 49% จาก 43.5 บาท ขึ้นมาอยู่ที่ 65 บาท

พัชรินทร์ วัฒนาแก้วศรีเพ็ชร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า ในส่วนของแอดวานซ์ซึ่งได้รับคะแนนซีจีลดลงนั้นคงไม่ได้กระทบต่อการประเมินภาพรวมของบริษัทมากนัก เพราะโดยปกติแล้วการประมาณการเพิ่มน้ำหนักหรือลดน้ำหนักการลงทุน จะเป็นไปตามปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจเป็นหลัก ส่วนคะแนนด้านซีจีนั้นจะเป็นเพียงข้อมูลประกอบที่จะแสดงให้เห็นอยู่ในบทวิเคราะห์เท่านั้น

“โดยหลักแล้วการทำประมาณการหุ้นแต่ละตัวนั้นก็ไม่ได้ให้น้ำหนักกับคะแนนซีจีมากนัก โดยจะอิงกับปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก อย่างไรก็ตามคะแนนของแอดวานซ์ที่ลดลงจากระดับ 5 เป็นระดับ 4 ส่วนตัวมองว่าไม่ได้แตกต่างกันมากนัก”

สำหรับประมาณการกำไรปี 2560 ของแอดวานซ์ คาดว่าจะชะลอตัวลง 17% มาอยู่ที่ 2.54 หมื่นล้านบาท ภายใต้สมมติฐานคือ รายได้จากการให้บริการ(ไม่รวม IC) โต 3% ขณะที่ต้นทุนค่าใบอนุญาตจากคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จะเข้าเต็มปี ทำให้ค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 2.5 พันล้านบาท ขณะที่ค่าเช่าที่ต้องจ่ายทีโอทีสูง 1 หมื่นล้านบาท ประกอบกับค่าเสื่อมราคาโครงข่ายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 4 พันล้านบาท

ทั้งนี้ ประเมินว่ามีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้ลดลง จากเดิมจ่าย 100% เนื่องจากบริษัทมีต้นทุนค่าประมูลคลื่นรวม 1.17 แสนล้านบาท ต้องทยอยจ่ายชำระภายในปี 2559-2562 อีกทั้งยังมีงบลงทุนรายปีอีกราว 3-4 หมื่นล้านบาท ทำให้โครงสร้างทางการเงินค่อนข้างตึงตัว โดยหนี้สินสุทธิต่ออีบิทด้า ในปี 2562 จะสูงถึง 2 เท่า

ด้าน ณัฐ พนัสสุนทรากร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) มองว่า การประเมินคะแนนซีจีนั้นคงขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ประเมินเป็นหลัก อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์หุ้นเหล่านี้ยังคงอิงกับปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจเป็นสำคัญ

สำหรับแนวโน้มของโรบินสันในปี 2560 คาดกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% จากปีนี้ โดยปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญได้แก่ จำนวนลูกค้าเข้าห้างที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้ยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 3% และหนุนให้ยอดขายโตได้ถึง 6.5% เป็น 2.8 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 0.2% เป็น 25.2% จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า private brands ที่มีมาร์จินระดับ 12-14% จากปัจจุบันที่ 12% และรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ซึ่งคาดว่าจะโตถึง 15.0%