วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อาฟเตอร์ยู' เคาะไอพีโอ 4.5 บาท

"อาฟเตอร์ยู" กำหนดราคาขายหุ้นไอพีโอ "4.50 บาท" เปิดจอง 14-16 ธ.ค. คาดเข้าเทรดตลาดเอ็มเอไอ 23 ธ.ค.นี้

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) AU เปิดเผยว่า หลังจากการสำรวจความต้องการซื้อหุ้น (Book Building) ของนักลงทุนสถาบัน เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีช่วงราคาเสนอขายที่หุ้นละ 4.3-4.5 บาท พบว่านักลงทุนสถาบันแสดงความสนใจซื้อที่ราคาสูงสุด จึงได้กำหนดราคาขายไอพีโอที่หุ้นละ 4.5 บาท โดยจะเปิดจองซื้อในวันที่ 14-16 ธ.ค. นี้ และคาดเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นวันแรก 23 ธ.ค. นี้

ทั้งนี้ อาฟ เตอร์ ยู จะเสนอขายหุ้นไอพีโอรวมไม่เกิน 165 ล้านหุ้น คิดเป็น 22.8% ของหุ้นทั้งหมด ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 72.5 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.10 บาท โดยภายหลังจากเข้าซื้อขายในวันแรก ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของ อาฟเตอร์ ยู อาจจะเสนอขายหุ้นสามัญเดิมที่ตนถืออยู่ต่อบุคคลในวงจำกัด จำนวนไม่เกิน 50 ราย จำนวน 52.5 ล้านหุ้น คิดเป็น 7% ของหุ้นทั้งหมด ในราคาเดียวกันกับราคาไอพีโอ

“การที่ผู้ถือหุ้นเดิมนำหุ้นของตนเองมาขายในวันแรกของการเข้าซื้อขาย แทนการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อขายให้แก่นักลงทุนสถาบัน เนื่องจากมีเป้าหมายต้องการเพิ่มสภาพคล่องของหุ้นในกระดาน และยังสะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่ต้องการเข้าถือหุ้นในระยะยาว เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจและมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก ขณะเดียวกันยังจะส่งผลดีต่ออัตรากำไรต่อหุ้น (EPS) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่จะไม่ปรับลดลง”

ด้านนายแม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาฟเตอร์ ยู กล่าวว่า บริษัทวางแผนจะขยายธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะกลางโดยจะขยายสาขาในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นเป็น 30 สาขา ภายในปี 2561 จากปัจจุบันที่มีอยู่ 20 สาขา นอกจากนี้จะขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนก่อสร้างสำนักงานใหม่ สถานที่ฝึกอบรมพนักงานและศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงวางแผนลดต้นทุนการผลิตโดยลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิต และการเจรจาปรับระบบการเช่าพื้นที่สาขาจากระยะสั้นเป็นระยะยาว