วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกาะติดหุ้นเพิ่มทุน‘บ้านปู’เทรด13ธ.ค.

หุ้นเพิ่มทุนบ้านปู "70.46 ล้านหุ้น" เข้าซื้อขาย 13 ธ.ค. รองรับการใช้สิทธิวอร์แรนท์ "ราคาใช้สิทธิ 5 บาท"

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานการรับหุ้นเพิ่มทุน ของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) BANPU เริ่มซื้อขายวันที่ 13 ธ.ค. 2559 จำนวน 70.46 ล้านหุ้น ส่งผลให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนใหม่ 4,937.17 ล้านหุ้น พาร์ 1 บาท

ทั้งนี้ หุ้นเพิ่มทุนจำนวนดังกล่าวจัดสรรเพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ (BANPU-W3) จำนวน 70.46 ล้านหน่วย แปลงเป็นหุ้นสามัญจำนวน 70.46 ล้านหุ้น อัตรา (ใบสำคัญแสดงสิทธิ: หุ้น) : 1 : 1 ราคาใช้สิทธิ 5.00 บาท  วันใช้สิทธิวันที่ 25 พ.ย. -1 ธ.ค. 2559 

ฝ่ายวิจัย บล.บัวหลวงระบุว่า ยังคงมองว่า ราคาถ่านหินในปี 2560 จะอยู่ที่ 75 ดอลลาร์/ตัน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ทั้งนี้ มองกำไรของบ้านปู ได้แตะจุดต่ำสุดแล้ว และบริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองในอนาคตอันใกล้ 

โดยได้สรุป 4 ปัจจัย ด้านประเด็นการลงทุนของบ้านปู ประกอบด้วย 1. ราคาของถ่านหินที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อแนวโน้มที่สดใสในปี 2560 เนื่องจากกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ส่งผลให้อุปสงค์ถ่านหินปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้อุปสงค์และอุปทานที่ไม่สมดุลได้ส่งผลให้ราคาถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน แต่มองว่าราคาถ่านหินอาจไม่ยืนอยู่ในระดับสูงนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าราคาถ่านหินจะปรับตัวสูงขึ้นจากปีที่แล้ว  จากอุปทานที่ต่ำกว่าอุปสงค์ในปี 2560 และคาดว่าค่าเฉลี่ยราคาถ่านหินปี 2560 จะอยู่ประมาณ 75 ดอลลาร์/ตัน สูงกว่าประมาณการตลาดที่ 65-70 ดอลลาร์/ตัน

ปัจจัยที่ 2. แนวโน้มกำไรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต จากสภาวะราคาถ่านหินที่เอื้อหนุนต่อบ้านปู  ฝ่ายวิจัยมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะกระตุ้นให้กำไรของบริษัททั้งในไตรมาส 4 ปี2559 และปี 2560 เติบโตขึ้นได้ ซึ่งกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ราคาที่ปรับสูงขึ้นในส่วนของผลผลิตส่งออกของเหมือง Centennial และผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าหงสาที่ดีขึ้นจะช่วยหนุนกำไรในไตรมาส 4 ปี 2559 ปรับตัวสูงขึ้นทั้งเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว หากมองภาพใหญ่ขึ้น กำไรหลังหักภาษี ในปี 2560 คาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 139% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ 6,792 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการของตลาดอยู่ 20% โดยปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรที่ปรับตัวสูงขึ้นในธุรกิจถ่านหินและกำไรจากบ้านปู เพาเวอร์ (BPP)  ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิตที่สูงขึ้น

ปัจจัยที่ 3. ราคาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หักกลบต้นทุนที่สูง แม้ว่าราคาถ่านหินจะปรับตัวสูงขึ้นและมีแนวโน้มทำให้บริษัทปรับเพิ่มกำลังการผลิต ส่งผลให้ราคาต้นทุนที่สูงขึ้น แต่เชื่อว่าราคาขายในปี 2560 มีแนวโน้มปรับขึ้นแซงหน้าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากสมมุติฐานอัตราส่วนการขุดหน้าดินต่อจำนวนถ่านหินที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10 ต่อ 1 ในปี 2560 (จาก 8 ต่อ 1 ในปี 2559) ต้นทุนธุรกิจเหมือง ITMG ต่อยูนิตจะปรับขึ้นประมาณ 3.6 ดอลลาร์/ตัน หากบวกกับแนวโน้มราคาน้ำมันดีเซลที่จะปรับเพิ่มขึ้น เราประเมินราคาต้นทุนรวมจะปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 4.4 ดอลลาร์/ตัน อย่างไรก็ตามราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้นจะมีน้ำหนักมากกว่าต้นทุนที่สูงขึ้น เราประเมินราคาขายเฉลี่ยของธุรกิจเหมือง ITMG จะปรับขึ้น 14 ดอลลาร์/ตัน

นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผลประกอบการปี 2559 จะพลิกมาเป็นกำไรสุทธิ 853 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 1.5 พันล้านบาทในปี 2558 ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากผลขาดทุนพิเศษจากตราสารอนุพันธ์ 2.1 พันล้านบาท แต่เราคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติในปี 2559 จะดีขึ้นงวดเดียวปีก่อน จากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจถ่านหิน ซึ่งเกิดจากการประหยัดต้นทุน และกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจไฟฟ้าหลังจากที่โครงการโรงไฟฟ้าหงสา (กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 751 เมกะวัตต์) เริ่ม COD ในขณะเดียวกัน ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิปี 2560 จะโตถึง 518% จากงวดเดียวกันปีก่อน เป็น 5.3 พันล้านบาท จากราคาถ่านหินที่เพิ่มขึ้น 

ฝ่ายวิจัยใช้สมมติฐานว่าราคาถ่านหินจะอยู่ที่  70 ดอลลาร์/ ตัน ในปี 2560 และจะเพิ่มขึ้นปีละ 5 ดอลลาร์/ตัน ไปจนถึง 85 ดอลลาร์/ตัน และทรงตัวอยู่ที่ระดับนั้นในระยะยาว ซึ่งส่งผลให้สมมติฐานราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของบ้านปูในปี 2560 เพิ่มขึ้น 16% จากงวดเดียวกันปีที่แล้ว เป็น 58 ดอลลาร์/ตัน