วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ต่อเวลา 'เชฟรอนฯ' ผลิตปิโตรเลียมได้อีก10ปี

"ครม." เห็นชอบขยายระยะเวลาให้ "เชฟรอนฯ" ผลิตปิโตรเลียมได้อีก 10 ปี หรือ จากปี 63 เป็นปี 73 พร้อมเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.รายได้ปิโตรเลียม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ตามข้อกระทรวงพลังงานขยายระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมของบริษัทเชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 1/2534/36 แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยเลข 88/32 ขยายออกไปอีก 10ปี ครบกำหนดในปี 73 จากเดิมระยะเวลาสัญญาสัมปทานเริ่มจากปี 2543-2563 ระยะเวลา 20 ปี นับเป็นการเห็นชอบตามข้อสัญญาระบุไว้ใน "ไทยแลนด์ 3 " เปิดโอกาสให้ต่อสัญญาเพิ่มเติมได้อีก 10 ปี

สำหรับผู้รับสัมปทานแหล่งปิโตรเลียม ยอมรับว่าแหล่งปิโตรเลียมดังกล่าวในช่วงเวลาที่เหลือ 10 ผลิตน้ำมันขึ้นมาได้ 26,000 บาร์เรลล์ต่อวัน และผลิตก๊าซธรรมชาติจำนวน 180 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

ขณะที่ปัจจุบันทั้งประเทศมีความต้องการใช้น้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลล์ต่อวัน ต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ 5,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ถือว่าเป็นสัดส่วนน้อยมาก อีกทั้งผลประโยชน์ที่ได้รับจากแหล่งปิโตรเลียมดังกล่าว อายุสัมปทานเดิม ภาครัฐได้ประโยชน์ 63% เชฟรอนได้รับ 37% เมื่อต่ออายุสัมปทาน 10 ภาครัฐได้รับประโยชน์ 71% เชฟรอนได้รับประโยชน์ 29% หรือประมาณ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรัฐบาลยื่นข้อเสนอรับผลประโยชน์หรือเป็นโบนัสพิเศษเพิ่มเติม 0.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจ้องชำระภายใน 30 นับจากวันลงนาม , โบนัสจากการผลิตปิโตรเลียม 1% ของมูลค่าปิโตรเลียม โดยไม่ต่ำกว่า 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และโบนัสสำหรับช่วยเหลือทางสังคม 0.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงระยะเวลา 10 ปี เริ่มจ่ายในปี 61

นอกจากนี้ ครม. ได้เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.รายได้ปิโตรเลียม กำหนดให้ผู้รับสัมปทาน จ่ายธรรมเนียมรายปีรองรับการรื้อถอนอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร จนกว่าครบกำหนดสัญญาสัมปทาน เพราะหากภาคเอกชนผู้รับสัมปทานไม่ยอมรื้อถอน รัฐบาลต้องใช้งบประมาณเข้าไปรื้อถอนเครื่องจักร อุปกรณ์ ดังนั้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป บริษัทเอกชนผู้รับสัมปทานต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี เมื่อครบสัญญาสัมปทาน สามารถเบิกเงินดังกล่าวไปใช้รื้อถือนได้ และนำค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนภาษีได้ เพื่อจูงการลงทุนด้านปิโตรเลียม