วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 5-9 ธ.ค. 59

ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น หลังกลุ่มโอเปคประกาศลดกำลังการผลิต

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 49 - 54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 51 - 56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (5 ธ.ค. – 9 ธ.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น หลังได้รับแรงหนุนจากข่าวการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยการลดกำลังการผลิตจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ม.ค. 60 เป็นระยะเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะได้รับแรงหนุนต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ เนื่องจากในวันที่ 9 ธ.ค. จะมีการประชุมระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปค และนอกกลุ่มโอเปคเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปค อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- ภาวะอุปทานโลกล้นตลาดมีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังการประชุมกลุ่มโอเปคเมื่อวันที่ 30 พ.ย. กลุ่มโอเปคสามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตลงราว 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งนับเป็นการตกลงกันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2551 โดยข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ม.ค. 60 และจะมีการทบทวนอีกครั้งในการประชุมโอเปคครั้งถัดไป ณ วันที่ 25 พ.ค. 60 โดยการปรับลดกำลังการผลิตนำโดย ซาอุดิอาระเบีย อิรัก คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อย่างไรก็ตาม ทางด้านอิหร่าน ลิเบีย และ ไนจีเรียได้รับการยกเว้นการปรับลดกำลังการผลิต เนื่องจากประเทศเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรและความไม่สงบภายในประเทศ อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์ยังคงกังวลว่าผู้ผลิตกลุ่มโอเปคมีแนวโน้มผลิตเกินโควตาที่แต่ละประเทศได้รับ

- จับตาดูการประชุมระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปค และนอกกลุ่มโอเปคในวันที่ 9 ธ.ค. เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปค โดยกลุ่มโอเปคเสนอให้ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคปรับลดกำลังการผลิตลงทั้งสิ้นราว 6 แสนบาร์เรลต่อวัน โดยคาดว่ากว่า 3 แสนบาร์เรลต่อวัน มาจากการปรับลดกำลังการผลิตของรัสเซีย นอกจากรัสเซียแล้ว ประเทศนอกกลุ่มโอเปคที่ควรจับตามองได้แก่ โอมาน อาเซอร์ไบจาน และ คาซัคสถาน

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นยังคงกำลังการผลิตในระดับสูง ประกอบกับ ปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบที่ยังคงทรงตัว โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุดวันที่ 25 พ.ย. 2559 ปรับตัวลดลง 9 แสนบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 488.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรลจากสัปดาห์ก่อนหน้า ยังคงเป็นอีกปัจจัยนึงที่อาจกดดันราคาน้ำมันดิบในอนาคต

- ตลาดยังคงกังวลกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบรายงานโดย Baker Hughes สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 2 ธค. ปรับเพิ่ม 3 แท่นมาอยู่ที่ระดับ 477 แท่น นอกจากนี้การประกาศลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปค ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว อาจกระตุ้นให้การผลิตน้ำมันดิบ Shale Oil โดยเฉพาะแหล่งผลิตต้นทุนต่ำอย่าง Permian กลับมาเร็วขึ้นกว่าปกติอีกด้วย

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการบริการจีน ดัชนีภาคการบริการยูโรโซน ยอดค้าปลีกยูโรโซน จีดีพีไตรมาส 3/59 ยูโรโซน และ อัตราการว่างงานสหรัฐ

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (28 พ.ย. – 2 ธ.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 5.62 ดอลลาร์ ปิดที่ 51.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.22 ดอลลาร์ ปิดที่ 54.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกลุ่มโอเปคสามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในการประชุมกลุ่มโอเปควันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจาก ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกันเนื่องจากได้รับแรงหนุนจากโรงกลั่นที่คงกำลังการผลิตในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น

                                         -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999