นักวิเคราะห์คาดการณ์ ตลาดหุ้นไทย "ฟื้นระยะสั้น" หลังตัวเลขชี้วัดเศรษฐกิจสหรัฐออกมาค่อนข้างดี แนะติดตามฟันโฟลว์ต่างประเทศ
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ได้รับผลดีระยะสั้น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมเดือน พ.ย.ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.78 แสนตำแหน่ง ต่ำกว่าที่คาด 1.8 แสนตำแหน่ง แต่อัตราการว่างานลดลงมาอยู่ที่ 4.6% จาก 4.9% เป็นสัญญาณ ว่าภาคการจ้างงาน ขยายตัวดี โอกาสที่ เฟด จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 13-14 ธ.ค. แทบจะยังเต็ม 100% ถ้าผลจากการเหวต “No” ของการลงประชามตอแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศอิตาลีไม่ได้สร้างความกังวลให้กับตลาดในช่วงเวลาก่อนการประชุม โดยที่ดัชนี ดาวน์โจน เดินหน้าทำ จุดสูงสุดต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ผลการลงประชามติเพื่อรับหรือไม่รับ สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศอิตาลี ที่ออกมา คือไม่รับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียง ไม่เห็นด้วย : เห็นด้วย เท่ากับ 59.1 : 40.9 ส่งผลให้นายกรัฐมนตรี Matteo Renzi ของประเทศอิตาลี ประกาศลาออกในทันทีผลที่ออกมา เป็นไปตามที่ตลาดคาด และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนทยอยเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลง ก่อนทราบผลการลงประชามติครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม หากการเปลี่ยนขั้วการเมืองครั้งนี้ ไม่ทำให้คนคิดว่าอิตาลีจะออกจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มอียู เราเชื่อว่าตลาดจะคลายความกังวลจากเรื่องนี้ และจะกลับเข้าซื้อหุ้นหลังชะลอการลงทุนไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือ “Buy on Fact” แต่ราคาทองคำที่อ่อนค่าลงในคืนที่ผ่านมา สะท้อนว่านักลงทุนไม่ได้กังวลในเรื่องนี้มากนัก
"การซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศ จากการคาดการณ์ในเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และความเสี่ยงในโซนยุโรป เราจึงยังมองว่า นักลงทุนต่างประเทศยังมีการขาย (หรือยังไม่ซื้อหุ้นไทย) และจะเป็นตัวกดดันตลาด ทำให้นักลงทุนกลุ่มอื่นๆ ไม่กล้าเข้ามาซื้อหุ้นในช่วงเวลาแบบนี้ (ยกเว้นเก็งกำไรช่วงสั้นๆ) ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ เราประเมินว่า ตลาดจะมีความผันผวน แต่คาดจะมีแรงซื้อหุ้นกลับ หลังขายไปก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุด และตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯกับผลประชามติอิตาลี ไม่ได้เป็นลบต่อตลาดมากนัก ดัชนีฯ จึงมีโอกาสที่จะดีดตัวขึ้นในลักษณะของ technical rebound ขณะที่ปัจจัยบวกของตลาด จะเป็นราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล"
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแม้ตลาดหุ้นไทยจะไม่ได้รับผลโดยตรงจากประชามติของประเทศอิตาลี แต่คงประมาทไม่ได้ เพราะเรามองเป็นปัจจัยเสี่ยง (Market Risk) ตัวหนึ่ง อีกทั้งปัจจัยหลายๆตัว ยังไม่นิ่งนัก ภาพรวมจึงแนะนำให้ชะลอการลงทุน









