"ทีคิวเอ็ม" เล็งปั้นเบี้ยปี 60 โตทะลุหมื่นล้าน ชู"อินชัวร์เทค"ขายประกันครบวงจร จ่ายเบี้ยตามความเสี่ยง คาดตลาดประกันโตต่อเนื่อง
รุกเพิ่มยอดผ่านประกันข้าราชการ พร้อมคงแผนยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดปี 61 อัพเกรดมาตรฐานสากล ขยายตลาดต่างชาติ และเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
นายอัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด (TQM) เปิดเผยว่า สำหรับแผนธุรกิจปี 2560 ยังคงตั้งเป้าเบี้ยรับประกันเติบโตอย่างน้อย 10% ต่อปี หรือไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท และมีจำนวนลูกค้าใหม่เติบโตมากกว่า 10% หรือมากกว่า 100,000-200,000 คน รวมทั้งรักษาอัตราการต่ออายุต่อราย ปัจจุบัยอยู่เฉลี่ยที่ 70% หรือมากกว่า
หลังจากปีนี้บริษัทยังคาดว่า จะมีเบี้ยรับประกันเติบโตได้เข้าเป้าที่ 10,000 ล้านบาท เติบโต 10% โดยช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา มีเบี้ยรับประกันแล้ว 9,000 ล้านบาท เป็นสัดส่วนประกันถยนต์ 70%, ประกันนอนมอเตอร์ 22-23% และประกันชีวิต 7-8%
“บริษัทวางแผนการสร้างเบี้ยประกันไว้ตลอดทั้งปี ไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่ง ทำให้ปีนี้ยังเติบโตได้ดี แม้เศรษฐกิจบางช่วงชะลอไปบ้าง ปัจจุบันบริษัทเกือบ 2 ล้านราย และมีบริษัทประกันพันธมิตรกว่า 60 ราย ทั้งบริษัทประกันวินาศภัย และประกันชีวิต และปีหน้าคาดตลาดประกันภัย ยังมีแนวโน้มเติบโตตามเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป รวมถึงประกันค่ารักษาพยาบาลค่าราชการจะเข้ามาเป็นใบเบิกทางให้ขยายประกันอื่นๆ ได้ด้วย และการแข่งขันเบี้ยน่าจะลดลง”
ดังนั้นกลยุทธ์ธุรกิจปีหน้าของบริษัท นายอัญชลิน กล่าวว่า บริษัทจะมุ่งสู่ “อินชัวร์เทค” เตรียมนำบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล มาช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อประกันภัยได้ครบวงจร จ่ายเบี้ยประกันได้ถูกต้องเหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล เช่น ขับรถน้อยความเสี่ยงต่ำ เบี้ยถูกกว่าขับรถบ่อย ความเสี่ยงสูง เป็นต้น
ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการทำ Data Analytics เก็บข้อมูลมาช่วยวิเคราะห์เชิงลึก ซึ่งจะสามารถเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีของบริษัทประกันพันธมิตรได้ เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าร่วมกันออกผลิตภัณฑ์ประกันเฉพาะกลุ่มตามความต้องการ และความเสี่ยงของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เช่น ประกันภัยรถยนต์ และประกันภัยทรัพย์สิน
พร้อมกับมุ่งขยายตลาดประกันผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น เช่น แอพลิเคชั่นและเว็บไซต์ แม้ปัจจุบันสัดส่วนเบี้ยประกันยังน้อย แต่ถ้าพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน รับมากขึ้นมีความคุ้นเคย เชื่อถือและไว้วางใจ และปีหน้ารัฐบาลสนับสนุนการใช้ระบบอีเพลย์เม้นท์ จะสนับสนุนให้ในอนาคตช่องทางนี้เติบโตได้เร็วขึ้น
“ตลาดประกันเริ่มมีพัฒนาการนำเทคโนโลยีมาใช้โฟกัสพฤติกรรมความเสี่ยงของลูกค้า และกำหนดเบี้ยประกันให้เหมาะสม ความเสี่ยงน้อย จ่ายเบี้ยถูกลง และได้ความคุ้มครองที่ต้องการ อย่างในปี 2558 พัฒนาประกันฟอร์เลดี้ และปีนี้ได้พัฒนาประกันมนุษย์เงินเดือน และประกันร้านโชห่วย เริ่มเห็นเบี้ยทยอยเติบโตขึ้น ซึ่งยังต้องใช้เวลาเหมือนในอังกฤษ”
นอกจากนี้ บริษัทยังขยายสาขาเพิ่ม 1-2 แห่ง เพื่อให้บริการดูแลและจัดกิจกรรมให้กับลูกค้า แม้ลูกค้าจะทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตได้ก็ตาม แต่มองว่าด้านการขายประกัน ยังจำเป็นต้องมีสาขา เพื่อแสดงถึงความมีตัวตนและใกล้ชิดกับลูกค้า ปัจจุบันมี 96 สาขา อย่างน้อยต้องมีจังหวัดละ 1 สาขา
ส่วนแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นายอัญชลิน กล่าวด้วยว่า บริษัทยังคงแผนเดิมเตรียมยื่นไฟล์ลิ่งภายในปี 2560 และเริ่มเข้าตลาดได้ภายในปี 2561 ด้วยบริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และนอกจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว
"บริษัทยังหวังว่าการเข้าระดมทุน จะสนับสนุนเติบโตในอนาคตต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขาในต่างประเทศ เช่น ในกลุ่ม CLMV รวมถึงช่วยยกระดับมาตรฐานของบริษัทสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล ซึ่งเร็วๆ นี้บริษัทเตรียมขยายบริการไปสู่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน แนะนำวางแผนทางการเงินครบวงจร ทั้งประกันกองทุน และสินเชื่อของสถาบันการเงินในเครือของบริษัทคู่ค้า"






