วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขาย 'ฟิวเจอร์ฟันด์' ต้นปีหน้า

"สคร."เสนอครม.เดือนธ.ค.นี้ อนุมัติตั้ง "กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์" กองแรกวงเงิน 4 หมื่นล้าน คาดเสนอขายนักลงทุนทั่วไปต้นปีหน้า

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)  กล่าวว่า สคร.เตรียมเสนอตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์กองแรกวงเงิน 4 หมื่นล้านบาทให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติภายในเดือนนี้ และ จะเสนอขายนักลงทุนทั่วไปได้ภายในต้นปีหน้า

ขณะนี้ ขั้นตอนการจัดตั้งกองทุนได้แล้วเสร็จในเรื่องของโครงสร้างทางการเงิน จากนี้ จะนำเข้าสู่การพิจารณาโดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ส่วนที่เหลือคือการพิจารณาโครงการที่จะนำมาเป็นหลักทรัพย์ในการเปิดขายหน่วยลงทุน

ก่อนหน้านี้ ครม.อนุมัติหลักการให้กระทรวงการคลังจัดตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์วงเงิน 1 แสนล้านบาท เป็นกองทุนปิด ไม่จำกัดอายุกองทุน และมีการการันตีผลตอบแทน ในระดับ 2 -3% โดยนักลงทุนสถาบันทั้งภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจ รวมถึง ประชาชนทั่วไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้

สำหรับโครงการที่จะนำรายได้ของโครงการมาแปลงเป็นหน่วยลงทุน เพื่อขายให้นักลงทุน เบื้องต้นจะมี 3โครงการ คือ โครงการทางหลวงพิเศษ สาย 7 กทม.- บ้านฉาง จ.ระยอง ,โครงการทางหลวงพิเศษ สาย 9 เป็นวงแหวนรอบนอก สาย อยุธยา- พัทยา ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ เป็นโครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้วของกรมทางหลวง โครงการที่สาม คือ ทางด่วนสาย พระราม 3ดาวคะนอง ซึ่งเป็นวงแหวนรอบนอก ของการทางพิเศษแห่งประเทศ ยังสร้างไม่เสร็จ

“หลักการ คือ จะนำรายได้จากค่าผ่านทางในอนาคตของทั้งสามโครงการ มาในสัดส่วน 50 % ซึ่งคาดว่าจะเป็นเม็ดเงินราว 4 หมื่นล้านบาท มาเป็นรายได้ของกองทุน ส่วนอีก 50 %ของรายได้ จะเป็นเงินของเจ้าของโครงการที่จะนำไปขยายการลงทุนต่อ โดยที่ไม่ต้องใช้วิธีการกู้”

ทั้งนี้ หน่วยลงทุนของไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ จะแบ่งเป็นสองประเภท คือ ประเภท ก. จะเป็นหน่วยลงทุนที่คุ้มครองเงินต้น และกำหนดผลตอบแทนสูงสุด และ แบบ ข. คือ หน่วยลงทุนที่ให้ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับรายได้ที่โครงการได้รับจริง ซึ่งหากในอนาคตโครงการมีรายได้จากค่าผ่านทางสูง ผู้ถือหน่วยลงทุนแบบ ข. ก็จะได้รับผลตอบแทนสูง แต่หากรายได้จากค่าผ่านทางต่ำ ก็จะได้รับผลตอบแทนต่ำตามไปด้วย

“เชื่อว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ จะเลือกลงทุนแบบ ข.มากกว่า แบบ ก. เนื่องจาก มองว่า ในอนาคต การใช้บริการของโครงการซึ่งมีอายุโครงการนานถึง 30 ปี น่าจะมีสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ แต่เรายังไม่มีการกำหนดว่า สัดส่วนการลงทุนแบบ ก.และแบบข.จะมีสัดส่วนเท่าไร”

โดยหลังจากที่ได้ประเมินเสียงนักลงทุนแล้วพบว่า นักลงทุนสถาบัน เช่น บริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ให้ความสนใจจะเข้ามาลงทุนในกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ เนื่องจาก เห็นว่า เป็นกองทุนที่มีหลักทรัพย์และมีผลตอบแทนที่แน่นอนจากรายได้ค่าผ่านทาง ทั้งนี้จะไม่จำกัดวงเงินลงทุนต่อรายของนักลงทุน

แหล่งข่าวกล่าวว่า ก่อนหน้าที่ สคร.ระบุว่า โครงการประเภท เก็บค่าผ่านทางจะมีผลตอบแทนอยู่ที่ 5 -6% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงสำหรับการลงทุนระยะยาว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมีความเสี่ยง ในแง่ของปริมาณผู้ใช้บริการ และการก่อสร้างให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ดังนั้น เพื่อจูงใจนักลงทุนจึงต้องมีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ และขั้นสูง โดยจะกำหนดผลตอบแทนขั้นสูงไว้ ระดับหนึ่ง ส่วนที่เกินจากการกำหนดผลตอบแทนจะนำเข้ากองทุนหมุนเวียนของกองทุนดังกล่าว