วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บสย.'พร้อมค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีกระตุ้นเศรษฐกิจ

“แบงก์” พร้อมปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอี “บสย.”เตรียมหมื่นล้านค้ำประกัน คาดสิ้นปีนี้ยอดค้ำประกันพุ่ง 3 พันล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ

นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย. ได้จัดงานเปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับธนาคารพันธมิตร โดยมี 19 ธนาคารเข้าร่วมงานในวันนี้ (1ธ.ค.) เพื่อประกาศความพร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน (PGS6) ในวงเงิน 100,000 ล้านบาท เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในประเทศ

“วันนี้ บสย. ได้ร่วมลงนาม MOU กับธนาคารต่างๆ ซึ่งจะทยอยลงนามจนครบ 19 ธนาคารภายในสิ้นปีนี้ โดยขณะนี้มี 3 ธนาคารพร้อมปล่อยสินเชื่อ และใช้ บสย.ค้ำประกันในโครงการนี้ ได้แก่ ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ไทย โดยคาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้ จะสามารถค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการผ่านโครงการนี้ได้ 3,000 ล้านบาท”

สำหรับโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติการดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 โดยมีระยะเวลารับคำขอค้ำประกันได้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2561 คาดตลอดโครงการจะสามารถช่วยผู้ประกอบการ SMEs ได้ 33,000 ราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบคิดเห็น 168,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในระบบ 458,000 ล้านบาท

สำหรับข้อดีของโครงการ SMEs ทวีทุน คือ มีการขยายระยะเวลาการค้ำประกันจาก 7 ปี เป็น 10 ปี เพื่อให้การช่วยเหลือเอสเอ็มอีเป็นไปอย่างต่อเนรื่อง โดยคิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันอยู่ที่ 1.75% ต่อปี

นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีที่เข้าระบบฐานภาษีได้รับสิทธิประโยชน์ และความช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐ โครงการดังกล่าวจึงมีคุณสมบัติเพิ่มเติมว่า ต้องเป็น SMEs ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ทั้งที่เป็น SMEs ประเภทบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลโดยมีเอกสารหรือหลักฐานแสดงการยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ในรอบปีปัจจุบันหรือ 1 ปีก่อนหน้า