กำไรไตรมาส 4/59 เป็นไปตามคาด; แนวโน้มกำไรอ่อนตัวไตรมาสหน้าสะท้อนในราคาหุ้นแล้ว
เป็นไปตามคาด
AOT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 (ก.ค.-ก.ย.) ที่ 4,214 ล้านบาท ลดลง 28% YoY และ 17% QoQ หากไม่รวมขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ 4 ล้านบาท, การปรับปรุงรายการภาษีที่ดินและโรงเรือน 111 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 22 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 4/59 จะอยู่ที่ 4,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY แต่ลดลง 10% QoQ โดยผลประกอบการดังกล่าวเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
ปัจจัยหลักเบื้องหลังการหดตัวของกำไรสุทธิคือการบันทึกรายได้พิเศษในไตรมาส 4/58 และไตรมาส 3/59 ปัจจัยหนุนสำหรับการเติบโตของกำไรหลัก YoY ได้แก่ 1) จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 13% YoY มาอยู่ที่ 29.9 ล้านคน), 2) จำนวนเที่ยวบินที่มากขึ้น (เพิ่มขึ้น 9% YoY อยู่ที่ 195,821 เที่ยว), 3) รายได้ค่าสัมปทานที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 9% YoY), 4) รายได้จากค่าบริการที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 53% YoY) และ 5) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง (ลดลง 15% YoY) จากเงินต้นคงค้างที่ลดลง ในขณะที่ปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการหดตัวของกำไรหลัก QoQ ได้แก่ 1) ค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้น (โบนัสพนักงงาน) (เพิ่มขึ้น 37% QoQ), 2) ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง (เพิ่มขึ้น 21%) และ 3) ค่าใช้จ่ายในการเช่าสินทรัพย์ของรัฐ (เพิ่มขึ้น 20% QoQ) แม้ว่าสถิติจราจรทางอากาศจะปรับตัวสูงขึ้น จำนวนผู้โดยสารโดยรวมเพิ่มขึ้น 4% QoQ ในขณะที่จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 2% QoQ
แนวโน้ม
จากการปราบปรามทัวศูนย์เหรียญของรัฐบาลซึ่งเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ส.ค. ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมายังประเทศไทยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนคิดเป็น 29% ของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในช่วงเดือน ม.ค.- ก.ย. 2559 โดยการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารชาวต่างชาติของ AOT ชะลอตัวลงเหลือ 4% YoY ในเดือน ต.ค. และหดตัว 1% YoY ในช่วง 1-28 พ.ย. เทียบกับอัตราการเติบโตที่ 13% YoY ในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย.
อย่างไรก็ตามเราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนจะกลับมาเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้ ข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดเหตุการณ์ภายใน 2-3 เดือนหลังการเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ดังนั้นในช่วงไตรมาส 1/60 ( ต.ค.-ธ.ค.) กำไรหลักของบริษัทคาดว่าจะอ่อนตัวลง YoY อย่างไรก็ตามสำหรับ QoQ เราคาดว่ากำไรหลักไตรมาส 1/60 จะทรงตัว เนื่องจากค่าใช้จ่ายจะกลับสูภาวะปกติ ซึ่งน่าจะสามารถกลบผลกระทบจากสถิติการจราจรทางอากาศที่อ่อนตัวลงได้
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ที่ 21,054 ล้านบาท ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
ในมุมมองของเรา ราคาหุ้น AOT ซึ่งปรับตัวด้อยกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนการคาดการณ์กำไรที่อ่อนตัวในไตรมาส 1/60 ( ต.ค.-ธ.ค.) ซึงเป็นผลจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของรัฐบาลไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะเป็นเพียงช่วงระยะสั้นหากเป็นไปตามรูปแบบในอดีตของการท่องเที่ยวไทย เราคาดว่าการกลับมาของนักท่องเที่ยวช่าวต่างชาติจะปรับตัวสูงขึ้นจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่ากอปรกับการเข้าสู่ช่วงจุดสูงสุดของไฮซีซั่นช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะต่อไป นอกจากนี้การที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติแตกพาร์ (จาก 10 บาทต่อหุ้น เป็น 1 บาทต่อหุ้น) คาดว่าจะส่งผลบวกในเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้น
AOT ประกาศจ่ายเงินปันผลที่ 6.83 บาทต่อหุ้นสำหรับผลการดำเนินการปี 2559 ซึ่งคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 49.85% และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสำหรับปี 2559 ที่ 1.8% XD วันที่ 8 ธ.ค. 2559 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 ก.พ. 2560









