“วายแอลจี” ชี้ หากราคาทองยืนเหนือแนวต้าน 1,197-1,203 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไม่ได้ ระวังแรงขายเทคนิค ควรตัดขายลดความเสียหายพอร์ต
สำหรับการเคลื่อนไหวราคาทองคำวันนี้ (29พ.ย.) แกว่งตัวอยู่ในกรอบระดับ 1,186.08-1,194.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,150 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,100 บาทต่อบาททองคำ (หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.19 น.ของวันที่ 29 พ.ย.2559)
ส่วนแนวโน้มการซื้อขายวันพรุ่งนี้ (30พ.ย.) บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน อินเเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ความกังวลว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับฐานรุนแรง หากกลุ่มโอเปกประสบความล้มเหลวในแผนการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของแต่ละประเทศ โดยจะมีการยื่นแผนดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมรัฐมนตรีกลุ่มโอเปกในวันพรุ่งนี้
ดังนั้นนักวิเคราะห์ จึงออกมาเตือนว่า ราคาน้ำมันดิบอาจลดลงไปต่ำกว่า 40-35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากกลุ่มโอเปกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตลงได้ ราคาน้ำมันดิบที่แกว่งตัวผันผวน จะส่งผลให้นักลงทุนยังไม่ต้องการซื้อสินทรัพย์เสี่ยงช่วงนี้ ซึ่งได้กระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ
ทั้งนี้ ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ได้รับแรงหนุนเพิ่มในระยะยาว เมื่อมีข้อมูลบ่งชี้ว่า อิตาลีก้าวขึ้นมาประเทศที่มีแนวโน้มสูงสุดที่จะถอนตัวออกจากยูโรโซน โดยบริษัทเซนทิกซ์ เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า โอกาสที่อิตาลีจะถอนตัวออกจากยูโรโซนช่วง 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 19.3% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2555 เป็นต้นมา
โดยโพลล์เดือนที่แล้ว ระบุว่า อิตาลีมีโอกาสเพียง 9.9% ที่จะถอนตัวออกจากยูโรโซน จึงแนะนำนักลงทุนติดตามการเคลื่อนไหวของสกุลเงินยูโร ที่ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งกลับมากดดันราคาทองคำในระยะสั้น
ขณะที่ความเสี่ยงทางการเมืองของอิตาลีช่วงนี้ ยังคงเป็นสิ่งนักลงทุนกำลังจับตา ก่อนที่อิตาลี จะทำประชามติเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญในวันที่ 4 ธ.ค. ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทางการเมือง ถ้าฝ่ายที่โหวต “ไม่” ชนะการลงประชามติในอิตาลี พรรค 5-สตาร์ มูฟเมนท์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ชูนโยบายประชานิยม และนโยบายต่อต้านยูโร ก็มีแนวโน้มมากยิ่งขึ้นที่จะได้เป็นรัฐบาลอิตาลี ทั้งนี้ราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหวตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้น เพราะประเด็นข่าวเหล่านี้มักจะชี้นำราคาทองคำ
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ลงทุนระยะสั้น โดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,175-1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้น เพื่อสะสมกำลังแบบ Sideway ในระยะสั้น โดยมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ
หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุน หากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,197-1,203 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ









