'ชาคริต ทีปกรสุขเกษม' เปิดสูตรปั้น'ซีแพนเนล'

'ชาคริต  ทีปกรสุขเกษม' เปิดสูตรปั้น'ซีแพนเนล'

ในวันที่ “ชาคริต ทีปกรสุขเกษม”บอสแห่งผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรีปั้นธุรกิจกงสีเข้้าตลาาด เขาก็หันมาเป็นเป็นเถ้าแก่ใหม่ปั้น"พรีแคสท์'แจ้งเกิดตาม

ผลจากการที่ “ชาคริต ทีปกรสุขเกษม” มีพื้นฐานความรู้ด้านสายการเงิน จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สาขาการเงินและการธนาคาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งยังเคยทำงานในตำแหน่งผู้รักษาทรัพย์และนายทะเบียน ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ ในปี 2542-2544

จึงไม่ยากที่เขาจะกลับเป็นกำลังหลักสานต่อธุรกิจครอบครัวในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ บริษัทผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี (CCP) ในช่วงปี 2547-49 โดยเฉพาะการเข้าไปจัดโครงสร้างวางแผนระบบการเงิน จนได้นั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการในปี 2549

ผลงานโดดเด่นคือการพาองค์กรแห่งนี้ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จนปัจจุบันมีพอร์ตธุรกิจกว่า 2,000 ล้านบาท

ระหว่างการวางแผนรุกธุรกิจคอนกรีต สิ่งที่เขามองเห็นคือการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีก่อสร้าง หนึ่งในนั้นคือการผลิตคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete Wall Panel) ด้วยระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ จากประเทศเยอรมันนี ที่มีความเร็วในการผลิต อีกทั้งทลายข้อจำกัดในการผลิตทั้งรูปแบบ และจำนวนผลิตที่ไม่จำเป็นต้องผลิตคราวละมากๆ

จุดเด่นที่เหนือกว่าตลาดคอนกรีตแบบเดิม จึงอยู่ที่การไม่เน้นขายจำนวนมาก ราคาถูก (Mass) แต่เป็นการ“ขายความต่าง”ตอบโจทย์บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการออกแบบที่อยู่อาศัยที่มีเอกลักษณ์ แบบไม่ซ้ำใคร

กลายเป็นที่มาของบริษัทซีแพนแนล ที่เขาฉีกตัวมานั่งเป็น “กรรมการผู้จัดการ” ในปี 2556

“บริษัทอสังหาฯบอกเราว่าลูกค้าเขาไม่ต้องการอยู่บ้านที่หน้าตาเหมือนกันหมด ซึ่งเข้ากันได้กับเทคโนโลยีนี้ ที่รองรับการผลิตได้หลากหลายแบบ”

ชาคริต เล่าว่า หลังจากเริ่มก่อตั้ง ซีแพนเนล 3 ปีผ่านไป ผลประกอบการเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวทุกปี สะท้อนความสำเร็จที่เกิดขึ้น

ปีแรกรายได้ 60 ล้านบาท ปีที่ 2 รายได้เพิ่มเป็น 140 ล้านบาท และปีนี้ผ่านไปครึ่งปีรายได้อยู่ที่ 170 ล้านบาทมากวก่าปีที่แล้วทั้งปี เขายังคาดว่า สิ้นปีนี้ยังคงทำลายสถิติรายได้มูลค่า 300 ล้านบาท คืนทุนภายใน 3 ปีแรก โดยปัจจบันยังเป็นผู้นำตลาด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 50% จากมูลค่าตลาดรวม 600-700 ล้านบาท

“เราเป็นเจ้าแรกในตลาด ปัจจุบันมีมาเพิ่มอีก 2 ราย เป็น 3 ราย เราเชื่อว่าการที่มีรายใหม่เข้ามาก็จะยิ่งทำให้ตลาดพรีแคสท์เติบโตกว่านี้”

ชาคริต คาดหวังว่า ในไม่ช้าจะมีโอกาสพาซีแพนแนล เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และดันรายได้แตะพันล้านบาทได้ไม่ยาก จากการเติบโตโดยเฉพาะตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) โดยเน้นจับกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯภาคท่องเที่ยว เช่น โรงแรม และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

“ผมมีคาแรคเตอร์เหมือนพ่อตรงที่ไม่ค่อยหยุดโต เพราะโลกธุรกิจท้าทายและเปลี่ยนไปอย่างไดนามิคมาก เราจึงมีโอกาสโตอย่างก้าวกระโดดไปพร้อมตลาดเกิดใหม่ของสินค้าใหม่มาแทนที่ตลาดเดิม”

--------------------

 คิดอย่างเถ้าแก่

ขายน้อยรับเหนาะๆ

แม้จะเริ่มต้นธุรกิจจากความถนัดในสายการเงิน ทำให้มีพื้นฐานบริหารธุรกิจหลังบ้านเป็นเลิศ

“พื้นฐานสายการเงินทำให้เรารู้เส้นกั้นแบ่งระหว่างสิ่งที่จะต้องตอบมาYES! กับ NO! ชัดเจน และหลักการการเงินทำให้เราเข้าใจคำว่าคุณค่าที่ลงตัว(Fair Value)”

ทว่าธุรกิจหน้าบ้าน ยังมีความสำคัญไม่แพ้กัน

เพื่อสกัดจุดอ่อนเขาจึงตัดสินใจลัดฟ้าไปศึกษาต่อระดับปริญญโทเพิ่มเติมในสายการบริหารจัดการด้านการปฏิบัติการ (Concentration in Operation Management and MIS) ที่ Kelstadtschool of Management, DePaulUniversityChicogo,IL ที่ สหรัฐอเมริกา

เขายังบอกว่า สิ่งที่เขาแตกต่างจากเถ้าแก่รุ่นพ่ออยู่ที่่ “โมเดลธุรกิจ” ที่แม้ขายคอนกรีตเหมือนกัน แต่รูปแบบธุรกิจต่างกัน

“พ่อไม่ชอบการบริการดีลกับลูกค้า เน้นขายปริมาณมาก ขณะที่เขาเน้นขายจำนวนน้อย เพิ่มการบริการ และเพิ่มมูลค่า”

เขายังชอบที่จะเป็นนักแก้ปัญหา และชอบสร้างทีม ช่วงที่เริ่มต้นธุรกิจใหม่ จะบอกกับลูกน้องว่า “เราต้องทำงาน Work hard work Smart ไปด้วยกันเพื่อเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของการก่อร่างสร้างธุรกิจ”

แต่สิ่งที่ไม่ต่างจากพ่อคือ การดูแลพนักงานอย่างธุรกิจครอบครัว

ขณะที่ไลฟ์สไตล์หลังพักเบรคจากงาน ไม่ได้ไปเข้าฟิตเนสที่ไหน แต่จะไปรำไทเก๊กอย่างผู้สูงวัยชาวจีน เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เขาผ่อนคลาย นอนหลับสบาย นอกจากนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้ในความเป็นครอบครัวคนจีน คือ ให้ความสำคัญกับครอบครัว แบ่งเวลาให้ลูกและภรรยา เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของชีวิตและการทำงาน