คลังเตรียมชงแพ็คเกจของขวัญปีใหม่

คลังชงแพ็คเกจของขวัญปีใหม่เข้า ครม.1-2 สัปดาห์นี้ เล็งนำ "ช้อปช่วยชาติ" กลับมาใช้ใหม่ พร้อมขยายเวลาซื้อสินค้ายาวขึ้น จ่อยืดเวลาภาษีเที่ยวไทย
ภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 3/2559 แม้ว่าจะเติบโตได้ในระดับ 3.2% และคาดว่าทั้งปีจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 3.2-3.3% แต่ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองว่าเศรษฐกิจไทยควรที่จะเติบโตได้ในระดับ 4-5% จึงได้มอบหมายให้ปลัดคลังไปหามาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ขณะเดียวกันก็มีความเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4/2559 อาจจะชะลอตัวจากการบริโภคที่แผ่วลง
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างจัดทำมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ เป็นแพ็คเกจของขวัญปีใหม่ ซึ่งมีมากกว่า 1 มาตรการ คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ใน1-2 สัปดาห์นี้ โดยอาจจะนำมาตรการช้อปช่วยชาติ ที่เคยใช้ในปีที่แล้วนำกลับมาใช้ใหม่แต่จะมีการขยายเวลาให้มากกว่าเดิมจากปีที่แล้วกำหนดช่วงเวลาในการซื้อสินค้าและบริการ เพื่อนำมาลดหย่อนภาษีเพียง7วัน
“ในช่วงที่การบริโภคในประเทศยังทรงตัว ก็ควรมีแรงขับเคลื่อนมากระตุ้น ซึ่งมาตรการที่ให้เพื่อรับ เพราะแม้รัฐบาลจะลดหย่อนภาษีให้ แต่ก็ได้รับภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาอยู่ในระบบภาษีมากขึ้น เช่นนโยบายบัญชีเดียว เป็นต้น เราเสียเพื่อได้ เพราะหากไม่มีมาตรการนี้ คนก็ใช้จ่ายไม่มากเท่ากับที่มีมาตรการ”
ห่วงไตรมาส 4 จีดีพีโตต่ำกว่า 3 ไตรมาส
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้มีแนวโน้มที่เศรษฐกิจในไตรมาส 4 อาจไม่ค่อยดี เมื่อเทียบกับ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ดังนั้นจำเป็นต้องมีมาตรการมาช่วยเพื่อทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะโต 3.2-3.3% ซึ่งขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กำลังพิจารณาว่าจะมีมาตรการกระตุ้นอะไรเพิ่มเติม เพื่อดูแลเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้าย โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ดูแลกลุ่มที่ได้รับไปแล้ว อาทิ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มรายได้ และกำลังจะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค โดยจะนำมาตรการที่เคยทำในอดีต อาทิ ช้อปช่วยชาติมาพิจารณาว่าเหมาะสมไหม ควรจะปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่
อภิศักดิ์สั่งหามาตรการดันจีดีพีปีหน้าโต 4-5%
ทั้งนี้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง มอบหมายให้มาดูมาตรการในปีหน้า ที่จะทำตั้งแต่เดือนม.ค.ถึงธ.ค.ว่าควรจะมีมาตรการกระยะสั้น กลาง และยาว อะไรบ้าง เพราะรัฐบาลชุดนี้จะอยู่อีก 1 ปี ดังนั้นเร่งมาตรการให้จบก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง สิ่งที่อยากเห็นคือ ทำให้เศรษฐกิจปีหน้าโตตามศักยภาพ 4-5%และหวังให้เอกชนมาช่วยลงทุน เพราะรัฐบาลมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้ง ผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าทุกสาย การก่อสร้างทางด่วน หวังให้ปีหน้านั้นเกิดบิ๊กบูม บิ๊กแบงต่อเศรษฐกิจไทย เพราะไม่อยากเห็นการเติบโตเพียงกว่า 3%
ลดภาษีน้ำหอม-เครื่องสำอางก.พ.60
สำหรับการลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อกระตุ้นภาคท่องเที่ยวนั้น นายอภิศักดิ์ หารือกับภาคเอกชนในกลุ่มท่องเที่ยวไปก่อนหน้านี้ และเห็นชอบในหลักการลดภาษีนำเข้าเครื่องหอม น้ำหอม และเครื่องสำอาง แต่การลดภาษีจะดูแค่ช่วงเวลาที่เหมาะสม และลดให้เป็นการชั่วคราว เบื้องต้นคาดว่าดำเนินการในช่วงเดือนก.พ.-มี.ค.2560
จ่อขยายเวลาลดภาษีเที่ยวไทยอีก 1 ปี
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการช้อปช่วยชาติในปีที่ผ่านมา ให้ประชาชนนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ 15,000 บาท มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยกำหนดเวลาในการชอปปิงเพียง 7 วันคือ วันที่ 25-31 ธันวาคม 2558 โดยในปีนี้มีแนวคิดเพิ่มระยะเวลา 15-30 วัน
นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะขยายเวลาลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวออกไปอีก 1 ปี ทำให้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายทางด้านโรงแรม ราคาแพ็กเกจทัวร์หรือการท่องเที่ยววงเงินไม่เกิน 15,000 บาทมาหักลดหย่อนภาษี
ลดภาษีน้ำหอม-เครื่องสำอางแค่ 2 สัปดาห์
ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สศค.กล่าวว่า การลดภาษีสินค้าประเภทน้ำหอมและเครื่องสำอางเป็นไปตามข้อเสนอของกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งกระทรวงการคลัง ไม่ขัดข้องต่อแนวทางดังกล่าว
โดยการลดอัตราภาษีจะเป็นเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เบื้องต้น เท่าที่หารือ น่าจะลดในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ ส่วนเวลาที่เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับทางกระทรวงท่องเที่ยวฯ กำหนด ขณะเดียวกัน ก็อาจจะมีการจำกัดจำนวนชิ้นในการซื้อ
สำหรับอัตราภาษีที่คลังจัดเก็บได้ในแต่ละปีไม่ได้มีมากนัก เนื่องจาก มีการนำเข้าน้อย โดยภาษีสินค้าดังกล่าวจะมี 3 ประเภทภาษี คือ 1.ภาษีสรรพสามิตอัตรา 15% ของมูลค่าสินค้า ภาษีอากรขาเข้าอัตรา 30% ของมูลค่าสินค้า และ ภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 7% ของฐานราคาสินค้ารวมภาษีสรรพสามิตและภาษีอากรขาเข้า
ข้อมูลกรมสรรพสามิตช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะพบว่า ปี 2555 มีรายได้จากภาษีสินค้าดังกล่าว 221 ล้านบาท ปี 2556 จัดเก็บได้ 236 ล้านบาท ปี 2557 จัดเก็บได้ 224 ล้านบาท ปี 2558 จัดเก็บได้ 272 ล้านบาท และปี 2559 จัดเก็บได้ 281 ล้านบาท
ธุรกิจหนุนดันท่องเที่ยว-กำลังซื้อท้ายปี
ด้านนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เห็นด้วยกับมาตรการลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวไปอีก 1 ปี โดยมองว่า จะเป็นประโยชน์ต่อการธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมาก หากมีการประชาสัมพันธ์ในวงกว้างเพื่อให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ดังกล่าวมากขึ้น เพราะจากประสบการณ์ที่ใช้นโยบายดังกล่าวในปีที่ผ่านมา พบว่านักท่องเที่ยวยังนำใบเสร็จมาหักลดหย่อนไม่มากเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักท่องเที่ยวไม่ทราบในสิทธิ์ดังกล่าว
นางศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า มาตรการลดหย่อนท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ดีมาก และน่าจะเข้ามาสอดรับกับแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและบรรยากาศการใช้จ่ายของคนไทยที่คาดว่าจะฟื้นกลับมาในปี 2560 เป็นต้นไป หลังจากที่ในปีนี้สถานการณ์ในประเทศทำให้กำลังซื้อซบเซา ส่งผลให้มาตรการลดหย่อนภาษีที่มีผลบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ยังไม่ได้รับความสนใจใช้สิทธิเท่าที่ควร ต่างจากปีแรกที่ออกมาที่เห็นการใช้สิทธิอย่างคึกคัก
“ช้อปช่วยชาติ”ดันกำลังซื้อโค้งสุดท้าย
นายศิรัส ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทไซรัส ธัญญา จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับเพชรกล่าวว่า หากรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อช่วงปลายปีผ่านโครงการช้อปช่วยชาติให้นำไปลดหย่อนภาษี คาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อในภาพรวม และยิ่งขยายเวลาของมาตรการมากขึ้น ก็จะเอื้อต่อการใช้จ่ายยิ่งขึ้น
“ในแง่จิตวิทยา แน่นอนว่าโครงการช้อปช่วยชาติมีผลอย่างมาก และจะเอื้อต่อการจับจ่ายใช้สอยโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น และหากรัฐบาลมีนโยบายจะขยายระยะเวลาของโครงการจาก 7 วัน เพิ่มเป็น 15-30 วัน ก็จะยิ่งช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ส่วนภาพรวมปีนี้แม้เศรษฐกิจกำลังซื้อจะขยายตัวไม่มากนัก ลูกค้าบางรายชะลอการรับสินค้า แต่ยอดขายโดยรวมของบริษัทในช่วง 9 เดือน ยังเติบโตได้ถึง 50%”







