สรุปสภาวะตลาดสหรัฐฯ และยุโรป ( 16 – 23 พ.ย. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯปรับตัวขึ้น DJIA +1.14%, DAX -0.01%, CAC ฝรั่งเศส +0.62% และ FTSE 100 +1.01% นำโดยกลุ่มพลังงานเนืองจากนักลงทุนคาดหวังเชิงบวกต่อการประชุม OPEC ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน ( 16 – 23 พ.ย. 2559)
ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลง +1.13% นำโดยกลุ่มพลังงานเนืองจากนักลงทุนคาดหวังเชิงบวกต่อการประชุม OPEC ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ บวกกับกลุ่มธนาคารและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับความผันผวนของค่าเงินที่เริ่มคงที่
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา ( 16 – 23 พ.ย. 2559)
SET INDEX ปรับตัวขึ้น ณ ที่ระดับ 1,496.36 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.72 จุด +1.47% นำโดยกลุ่มธนาคาร จากนักลงทุนคาดหวังเชิงบวกต่อการประชุม OPEC ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ประกอบกับกลุ่ม Domestic Play ที่ปรับตัวขึ้นเด่น เช่น กลุ่มธนาคาร กลุ่มค้าปลีก ที่ได้แรงหนุนจากนโยบายของรัฐในการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้ต่ำทั้งสิ้น 8 ล้านคนและขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-10 บาท 69 จังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (25 พ.ย. – 2 ธ.ค.)
เราประเมินทิศทาง SET INDEX สัปดาห์หน้าลักษณะ Sideways-to-Sideways-Up ทะลุแนว 1,500 จุดขึ้นไปทดสอบด่าน 1,520 จุด ด้วยแรงขายจากต่างชาติที่ชะลอตัว หลังลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทยมากว่า 1 เดือน ขณะที่ตลาดรับรู้โอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดวันที่ 14 ธ.ค. ไปแล้ว สะท้อนได้จากราคาพันธบัตรทั่วโลกที่ตกลงแรง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจไทย 3Q59 ส่งสัญญาณกำลังซื้อภายในประเทศฟื้นตัวต่อเนื่อง บวกกับมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาลที่เพิ่งผ่านครม.วันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ Downside risk ของ SET INDEX เป็นไปอย่างจำกัด
ทั้งนี้ SET INDEX จะทดสอบ 1,520 จุดได้ตามที่คาดการณ์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินจากกองทุนภายในประเทศที่ทยอยสะสมหุ้นหลัก เพื่อต้อนรับเม็ดเงินจากกองทุน LTF / RMF ที่ทยอยเข้าอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี้ และผลการประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย. หากสมาชิกยืนยันที่จะร่วมมือลดกำลังการผลิตตามโควต้าที่จัดสรรให้ตั้งแต่ต้นปี 2560 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีโอกาสทดสอบ US$50/barrel และเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน /ปิโตรเคมี
ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน หลังจากเราแนะนำให้ “เก็งกำไร” หุ้นขนาดใหญ่มาตลอด 2 สัปดาห์ กลยุทธ์ในสัปดาห์หน้า เราจึงกลับมาแนะนำให้นักลงทุนรอขายทำกำไรรอบสั้นบริเวณ 1,520 จุด +/-
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า
1. การปรับดัชนี MSCI รอบ 6 เดือน จะมีผล ณ ราคาปิดวันที่ 30 พ.ย. โดยหุ้นที่ถูกเพิ่มใน MSCI Thailand ได้แก่ BJC / KCE ส่วนหุ้นที่ถูกเพิ่มน้ำหนัก ได้แก่ SCB
2. การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนต.ค. ของไทย วันที่ 30 พ.ย. โดยธปท. เราให้น้ำหนักกับกำลังซื้อภายในประเทศเป็นตัวแปรสำคัญ
3. ติดตามรายงาน Beige Book ของสหรัฐฯ วันที่ 30 พ.ย. ซึ่งจะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในการประชุมเฟดวันที่ 14 ธ.ค.
4. ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต – บริการ ของจีน / ภาวะการจ้างงานของญี่ปุ่น – สหรัฐฯ / อัตราเงินเฟ้อ – ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ของอียู/ ดัชนี PMI ภาคการผลิต – บริการของอังกฤษ






