มีความชัดเจนถึงกำไรในระยะยาวโดดเด่น
ประเด็นการลงทุน
SPALI เป็นบริษัทที่มีความชัดเจนของผลประกอบการในอนาคตระยะยาวนีป 2560-2561 ได้อย่างชัดเจที่สุดในกลุ่มอสังหาฯ เพื่อขายที่เราให้คำแนะนำ กอปรกับราคาหุ้นที่ซื้อขายที่มูลค่าถูกมาก โดย SPALI ซื้อขายกันที่ PER ปี 2560 เพียงแค่ 7.3 เท่า เทียบกับการเติบโตของกำไรหลักปี 2560 ที่คาดว่าจะแข็งแกร่งที่ 15% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอสังหาฯ รวมเพียง 6% ดังนั้นเรายังคงคำแนะที่ “ ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ที่ 30 บาท อ้างอิงจากค่า PER ที่ 9.5 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2558 ประมาณ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
แผนธุรกิจปี 2559 เป็นไปตามแผน
SPALI จะเป็นเพียงหนึ่งในสองบริษัทซึ่งอยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเราที่บรรลุเป้ายอดจองซื้อของปี 2559 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของกลุ่มพลาดเป้าไป 12% จากเป้าหมายเดิมต้นปี โดยอดจองซื้อปี 2559 คาดว่าจะแตะที่ 24.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY เทียบกับยยอดจองซื้อรวมของกลุ่มอสังหาฯ ที่คาดจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย YoY ทั้งนี้การเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2559 จะอยู่ที่ 35 พันล้านบาท ต่ำกว่าแผนการเพียงเล็กน้อย 2% แม้ว่าจะเผชิญกับข่าวที่น่าตกใจในวันที่ 13 ต.ค. 2559 ก็ตาม โดยสิ่งที่น่าประหลาดใจด้านบวกคือการเปิดตัวโครงการคอนโดขนาดใหญ่ทั้งสองแห่งในไตรมาส 4/59 แบบไม่เป็นทางการ ประสบความสำเร็จดี โดยอัตราจองซื้ออยู่ที่ 50% สำหรับโครงการคอนโด Supalai Veranda Rama 9 (มูลค่าโครงการรม 4 พันล้านบาท) ในเดือน ต.ค. และคาดว่าอัตราจองซื้อในวันเปิดตัวให้ลูกค้าเก่าและ VIP ของโครงการ Supalai Oriental Sukhumvit 39 (มูลค่า 7.5 พันล้านบาท) จะอยู่ที่ 27% ในช่วงปลายเดือน พ.ย. ทั้งนี้ SPALI ได้พิสูจให้เห็นถึงการประสบความสำเร็จของธุรกิจแนวราบด้วยการบันทึกยอดจองซื้อที่ 13 พันล้านบาท ในปี 2559 เพิ่มขึ้น 12% YoY และทำรายได้จากโครงการแนวราบถึง 11 พันล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 34% YoY ที่สำคัญเรามองว่าสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้โครงการที่อยู่อาศัยปี 2559 ที่ 22 พันล้านซึ่งรับประกันโดยยอดรอรับรู้ได้ทั้งหมดแล้ว ณ ปัจจุบัน
คาดยอดจองซื้อและงกำไรไตรมาส 4/59 เติบโต QoQ พร้อมกัน
เราคาดว่ายอดจองซื้อไตรมาส 4/59 จะอยู่ที่ 8 พันล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้นถึง 26% QoQ (การเติบโตสูงที่สุดเป็นอันดับสองของหุ้นที่เราวิเคราะห์) ยอดจองซื้อของธุรกิจแนวราบไตรมาส 4/59 คาดว่จะทรงตัว QoQ ในขณะที่ยอดจองซื้อโครงการคอนโดคาดว่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดดประมาณ 60% QoQ ทั้งนี้เราคาดว่ากำไรจะปรับตัวสูงขึ้น QoQ ต่อเนื่องทั้งไตรมาส 4/59 และ 1/60 หนุนจากทั้งยอดขายของธุรกิจแนวราบและการเริ่มทำการโอนของโครงการคอนโดทั้งสองโครงการในไตรมาส 4/59 (ได้แก่ โครงการ Vista Mare Pattaya มูลค่าโครงการ 2.2 พันล้านบาท จองแล้ว 55% และโครงการ Monte@Viang Chiangmai มูลค่าโครงการ 1.6 พันล้านบาท จองแล้ว 99%) และโครงการคอนโดอีกสองโครงการในไตรมาส 1/60 (ได้แก่ โครงการ City Resort Bearing Station มูลค่าโครงการ 823 ล้านบาท จองแล้ว 99% และโครงการที่จังหวัดระยอง มูลค่าโครงการ 920 ล้านบาท ของแล้ว 45%) อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบ YoY นั้นเราไม่ประหลาดใจที่กำไรไตรมาส 4/59 และ 1/60 จะไม่สามารถเอาชนะฐานที่สูงมากในไตรมาส 4/58 และ 1/59 ได้ เนื่องจากเป็นไปตามค่าเฉลี่ยขและบริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่มอสังหาฯ ที่เราให้คำแนะนำ
ความชัดเจนของกำไรในระยะยาวเป็นเลิศ
ภายใต้หุ้นที่เราวิเคราะห์ SPALI มีความชัดเจนของกำไรในระยะยาวมากที่สุดเนื่องจากมียอดขายรอรับรู้รายได้ที่มากถึง 36 พันล้านบาทซึ่งมีกำหนดการโอนในปี 2560-2562 และรับประกันที่ 54% จากคาดการณ์รายได้โครงการที่อยู่อาศัยของเราในปี 2560 และสูงถึง 39% ในปี 2561 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 22% ในปี 2560 และ 10% ในปี 2561 สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ยอดขายรอรับรู้ได้ของ SPALI ซึ่งมีคุณภาพที่ดีมากเนื่องจากนโยบายเงินดาวน์ที่ประมาณ 20% สำหรับตัวโครงการคอนโด ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มอสังหาฯ ที่เราให้คำแนะนำ สำหรับโครงการคอนโดที่มีกำหนดการเสร็จสมบูรณ์และเริ่มโอนได้นั้นจะเติบโตอย่างก้าวกระโดที่ 33% YoY เป็น 15 พันล้านบาทในปี 2560 (โครงการคอนโด 9 แห่ง) ด้วยอัตราการจองซื้อเฉลี่ย 69% และจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 15% เป็น 17 พันล้านบาท ในปี 2561 (โครงการคอนโด 9 แห่ง) ด้วยอัตราจองซื้อที่ 47% ทั้งนี้โครงการคอนโดใหม่ตั้งแต่ในปี 2560 เป็นต้นไปมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเกิน 40%
คาดกำไรพิเศษหากขายเงินลงทุนในฟิลิปินส์
รายได้ค่าเช่าจากอาคารสำนักงานในประเทศฟิลิปินส์น้อยกว่า 1% จากรายได้โดยรวมของบริษัท อย่างไรก็ตามหาก SPALI ขายการลงทุนดังกล่าวออกไปในอนาคต เราคาดการณ์ว่าจะสามารถบันทึกกำไรพิเศษได้เทียบกับต้นทุนการลงทุนที่ 432 ล้านบาท โดยเรามองว่าบริษัทมีนโยบายการลงทุนที่ผลตอบแทน IRR ที่อย่างน้อย 18%









