ราคาน้ำมันดิบปรับลดจากความกังวลว่าการปรับลดกำลังการผลิตของ OPEC อาจไม่ช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบได้
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเล็กน้อยเนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลการประชุมของกลุ่มประเทศโอเปค (OPEC) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ว่าด้วยเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตลงราวร้อยละ 4.0-4.5 (ยกเว้นประเทศลิเบียและไนจีเรีย) เพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบ แม้ว่าข้อตกลงและการดำเนินการลดกำลังการผลิตจะเกิดขึ้นจริง นักลงทุนคาดว่ายังคงไม่เพียงพอที่จะชดเชยกับอุปทานที่จะปรับเพิ่มขึ้นในประเทศสหรัฐ เนื่องจากจำนวนหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบยังคงปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีการรายงานว่าเฉพาะในเดือน พ.ย เพียงเดือนเดียวมีหลุมขุดเจาะเพิ่มขึ้นอีก 33 หลุมทำให้ปัจจุบันมีจำนวนรวม 474 หลุม
+ อิรักแสดงท่าทีที่จะให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิต แม้ว่าประเทศจะสูญเสียรายได้จากปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบที่ลดลง แต่หากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น รายได้บางส่วนจะได้รับการชดเชยจากราคาต่อหน่วยของน้ำมันดิบที่ดีขึ้น
+ ตามการรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 18 พ.ย. ปรับลดลงประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นราว 671,000 บาร์เรล สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของโรงกลั่นในสหรัฐ 271,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.6 ทำให้ปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันมีกำลังการผลิตรวมประมาณร้อยละ 90.8
+/- รัสเซียมีความต้องการที่จะคงหรือปรับลดกำลังการผลิตเช่นเดียวกับกลุ่มประเทศโอเปค แต่รายละเอียดยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบในประเทศรัสเซียมีอยู่หลายบริษัทและต้องเริ่มจากการหาข้อตกลงว่าแต่ละบริษัทจะให้ความร่วมมือมากน้อยเพียงใด และกำลังการผลิตที่จะปรับลดลงจะมีสัดส่วนเท่าไหร่ เนื่องด้วยข้อตกลงที่ยังไม่ชัดเจนส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันดิบในเดือน ต.ค. ของรัสเซียปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 11.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังมีอุปทานเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตลาดอย่างได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศศรีลังกา
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศจีนที่ปรับลดลงมาอยู่ในระดับร้อยละ 81 ในเดือน พ.ย. อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงกดดันจากระดับสินค้าคงคลังในแต่ละประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 45 – 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46 – 51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 25 พ.ย. นี้ โดยตลาดคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับข้อตกลงของกลุ่มโอเปคที่จะปรับลดกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 32.5 – 33.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี ยังคงมีความเสี่ยงที่กลุ่มโอเปคจะไม่สามารถตกลงกันได้ หลังปริมาณการผลิตของกลุ่มโอเปคปรับเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับ 33.64 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรียมีแนวโน้มปรับลดลง หลังล่าสุดกลุ่ม Niger Delta Avengers โจมตีท่อขนส่งน้ำมันดิบ Bonny Light ที่มีปริมาณการผลิตโดยเฉลี่ยราว 0.21 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2559 ซึ่งนับเป็นการโจมตีครั้งที่สองต่อเนื่องจากต้นเดือน พ.ย. ที่กลุ่มดังกล่าวได้ทำการโจมตีท่อขนส่งน้ำมันดิบ Forcados
- ตลาดมีความกังวลกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดในสหรัฐ มากขึ้น หลังปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 13.2% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุดวันที่ 11 พ.ย. 2559 ที่ปรับเพิ่มขึ้น 5.3 ล้านบาร์เรล
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









