‘เซ็นทรัลพัฒนา’ คาดรายได้ปีหน้าโต 6-8% ลดลงจากปีนี้ที่ไม่ต่ำกว่า 15% คาดปี2561กลับภาวะปกติ
นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการเงินบัญชี และบริหารความเสี่ยง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) CPN เปิดเผยว่า แนวโน้มรายได้ของบริษัทในปี 2560 น่าจะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงเหลือ 6-8% จากปีนี้ ที่คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% หลังจาก 9 เดือนแรก ทำได้ 22,411.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.94% โดยการเติบโตที่ชะลอลงนี้เป็นผลจากปีนี้เปิดสาขาใหม่เพียง 1 แห่ง ที่ จ.นครศรีธรรมราช และบริษัทมีแผนจะปรับปรุงศูนย์การค้าเดิม 5 แห่ง ซึ่งรวมถึงศูนย์การค้าหลักอย่าง เซ็นทรัลเวิลด์
“การปรับปรุงเซ็นทรัลเวิลด์จะเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1 ปีหน้า และจะปิดพื้นที่มากสุดในไตรมาส 3 ซึ่งจะกระทบต่ออัตราการเช่าพื้นที่ราว 20% ของพื้นที่เช่าทั้งหมดของเซ็นทรัลเวิลด์ อย่างไรก็ตามบริษัทจะพยายามรักษาอัตราการเช่าพื้นที่รวมให้ไม่ต่ำกว่า 90% จากระดับปกติซึ่งอยู่ที่ประมาณ 93%”
สำหรับปี 2561 คาดว่ารายได้จะกลับมาเติบโต 9 กระโดด โดยอาจจะเติบโตสูงกว่าระดับ 15% จากการเปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ นครราชสีมา มหาชัย และภูเก็ต ในช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค. ปีนี้ ขณะเดียวกันศูนย์การค้าเดิมที่ปรับปรุงในปีหน้าจะกลับมาสร้างรายได้เต็มพื้นที่ นอกจากนี้จะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม 3 แห่ง ซึ่งรายได้จากธุรกิจที่พักอาศัยนี้คิดเป็นประมาณ 5-7% ของรายได้รวม
“สำหรับการปรับปรุงศูนย์การค้าเดิม โดยปกติจะทำให้ค่าเช่าพื้นที่ปรับเพิ่มขึ้นราว 10-15% จากอัตราเดิม ขณะเดียวกันในปี 2562 รายได้ค่าเช่าที่เป็นสัญญาระยะยาวซึ่งราคาต่ำกว่าราคาตลาดจะครบกำหนดสัญญามากขึ้น ทำให้รายได้จากค่าเช่าจะเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ราคาตลาด”
ส่วนแผนการขยายศูนย์การค้าแห่งใหม่ระหว่างปี 2561-2563 จะเปิดเพิ่มอีก 8 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอย่างละครึ่ง ส่วนการขยายสาขาต่างประเทศนั้น จะเปิดให้บริการที่มาเลเซียในเดือน ต.ค.2561 ขณะที่ธุรกิจคอนโดมิเนียม คาดว่าจะเปิดโครงการใหม่ 3-4 แห่งต่อปี โดยอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้อยู่ที่ราว 30-32%
ด้านภาพรวมของธุรกิจในไตรมาส 4 นี้ แม้จะมีผลกระทบจากช่วงไว้อาลัยต่อรายได้การจัดกิจกรรม ซึ่งคิดเป็น 5% ของรายได้รวม แต่บริษัทพยายามปรับรูปแบบกิจกรรมให้เข้ากับสถานการณ์ โดยเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อภาพรวมของรายได้มากนัก ขณะเดียวกันบริษัทจะได้รับปัจจัยหนุนจากการกระตุ้นการบริโภคในประเทศช่วงปลายปีนี้








