วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.คาดราคาน้ำมันปีหน้าแกว่ง 50-55 ดอลลาร์

"กลุ่ม ปตท."คาดราคาน้ำมันปีหน้าแกว่ง 50-55 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดความต้องการใช้น้ำมันโลกแตะ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

ในงานสัมมนา The Annual Petroleum Outlook Forum 2016 ที่จัดขึ้นโดย ทีมนักวิเคราะสถานการณ์น้ำมันของกลุ่มบริษัท ปตท. หรือ PRISM และกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ทิศทางและแนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกในปี 2560 จะอยู่ในระดับ 50-55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดการณ์ราคาอยู่ที่ 40-42 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยคาดความต้องการน้ำมันดิบโลกปีหน้า จะเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว และจากผลของราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับต่ำ ส่งผลให้มีการใช้น้ำมันมากขึ้น

ขณะที่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันส่งออกรายใหญ่ของโลก (โอเปก) มีแนวโน้มที่จะมีมาตรการควบคุมกำลังการผลิตมากขึ้น ประกอบกับกำลังการผลิตจากผู้ผลิตนอกโอเปกที่เริ่มฟื้นตัวก็ยังอยู่ในปริมาณจำกัด สภาวะล้นตลาดของน้ำมันดิบจึงเริ่มลดน้อยลง และคาดจะเริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุลในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 แต่หากมีสถานการณ์ความไม่แน่นอนเข้ามากระทบ ราคาน้ำมันอาจแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 40-45 ดอลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม ทิศทางและราคาน้ำมันหลังปี 2560 ยังคงมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยที่เกิดจากการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายของประเทศหลักของโลก การพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ

ดังนั้น ประเทศไทย จำเป็นต้องพัฒนาสู่ยุค "ไทยแลนด์4.0" เพื่อให้หลุดพ้นจากับดักรายได้ปานกลางด้วยวิทยศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยในส่วนของโรงกลั่นประเทศไทย ถือว่า อยู่ในยุค 3.5 เพราะมีการนำระบบออโตเมชั่นมาใช้ในโรงกลั่นเป็นอุตสาหกรรมแรกๆของประเทศ และปัจจุบันได้นำระบบดิจิตอลเข้ามาใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ เพื่อเพิ่มการแข่งขัน ซึ่งในอนาคตจะเร่งพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อให้สามารถแข่งขันกับโรงกลั่นทั่วโลกได้