“ไอแบงก์”ขอคลังกลับมาปล่อยสินเชื่อรายใหญ่วงเงินเกิน200ล้าน หลังสศค.สั่งหยุดตั้งแต่ปี 56 หวังหยุดขาดทุนปีหน้า ต้องปล่อยกู้ใหม่กว่าหมื่นล้าน
นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานคณะกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ไอแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารอยู่ระหว่างขอสำนักงานเศรษฐกิจกิจการคลัง (สศค.) ให้ธนาคารกลับไปปล่อยสินเชื่อรายใหญ่ที่มีวงเงินต่อรายเกิน 200 ล้านบาทได้ หลังจากสศค.ได้มีคำสั่งให้ธนาคารหยุดปล่อยสินเชื่อรายใหญ่ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา
ทั้งนี้เนื่องจากธนาคารตั้งเป้าจะหยุดขาดทุนปีหน้า ซึ่งการจะหยุดขาดทุนได้ ธนาคารต้องปล่อยสินเชื่อใหม่ปีหน้าให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้มีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย เฉพาะการปล่อยสินเชื่อผู้ประกอบการรายเล็กอาจไม่เพียงพอ และปัจจุบันธนาคารได้ปรับปรุงกระบวนการให้สินเชื่อ ลดความเสี่ยงการเกิดหนี้เสียแล้ว และลูกค้าดีหลายรายต้องการสินเชื่อเพิ่มเติม
“ผมได้คุยกับ สศค. และหารือกับทางปลัดกระทรวงการคลังแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลัง จะรีบพิจารณาให้ โดยการปล่อยสินเชื่อรายใหญ่ จะเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไม่มีปัญหา มีกระบวนการกลั่นกรองและตรวจสอบ ลดโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงเป็นหนี้เสีย”
ส่วนผลการดำเนินงานช่วงที่ผ่านมา มีผลการขาดทุนลดลงต่อเนื่อง คาดปีนี้ธนาคารยังคงขาดทุนประมาณ 2 พันล้านบาท จากปี 2557 ที่ขาดทุนสุทธิสูงถึง 9.54 พันล้านบาท และ ปี 2558 ขาดทุนสุทธิ 4.59 พันล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการขาดทุนเพราะสำรองหนี้เสีย ไม่ได้ขาดทุนเพราะผลการดำเนินงาน ปีหน้าตั้งเป้าจะหยุดขาดทุนให้ได้
สำหรับการปล่อยสินเชื่อปีนี้ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้ 5 พันล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อรายย่อย มีหนี้เสีย หรือเอ็นพีเอฟ 5 หมื่นล้านบาท มีสินเชื่อคงค้าง 9.5 หมื่นล้านบาท โดยหนี้เสียส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ไม่ใช่กลุ่มลูกค้ามุสลิม ซึ่งจะถูกโอนไปยังบรรษัทบริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ ไอแอม (IAM) ที่คลังตั้งขึ้น เหลือหนี้เสียที่เป็นกลุ่มลูกค้ามุสลิมอยู่ที่ธนาคาร 3 พันล้านบาท









