วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธอส.'เผยไตรมาส 3ปีนี้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 2.79%

“ธอส.” เผยไตรมาส 3 ปีนี้ ปล่อยกู้ใหม่ 111,420 ล้าน เพิ่มขึ้น 2.79%ดันยอดสินเชื่อคงค้างรวม 906,039ล้านเพิ่มขึ้น 5.01%ขณะเอ็นพีแอลลดเหลือ5.60%

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้ ณ วันที่ 30 ก.ย.2559 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนว่า ธนาคารเติบโตได้ต่อเนื่อง พร้อมเป็นสถาบันการเงินหลักในการสร้างโอกาสทำให้คนไทยมีบ้าน โดย 9 เดือนแรกของปีนี้ สามารถปล่อยสินเชื่อปล่อยใหม่ได้ทั้งสิ้น 111,420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.79% คิดเป็น 96,319 ราย

ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปีนี้ เทียบกับสิ้นปี 2558 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวม 906,039 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.01% สินทรัพย์รวม 988,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.77% เงินฝากรวม 791,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.89% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 50,702 ล้านบาท คิดเป็น 5.60% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงจากไตรมาส 2 จำนวน 0.16% ซึ่งเป็นผลมาจากธนาคารได้จัดทำมาตรการใหม่สำหรับลูกค้าที่เคยมีปัญหาผ่อนชำระเพื่อช่วยให้กลับมามีสถานะปกติได้ ส่งผลให้ธนาคารมีกำไรสุทธิ 7,450 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) แข็งแกร่งมากที่ 16.21% ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 8.50% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย 

“ด้วยความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ธนาคารที่ดีที่สุด สำหรับการมีบ้าน ดังนั้นปีนี้ธนาคาร จึงจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ส่งผลให้สินเชื่อใหม่ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านประชารัฐ สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ให้กู้วงเงินไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โครงการบ้าน ธอส. เพื่อข้าราชการ  โครงการบ้าน ธอส. เพื่อผู้สูงอายุ  โครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท"

ล่าสุดโครงการสินเชื่อบ้าน 63 ปี ธอส. ดอกเบี้ย 0.63% ต่อปี นาน 5 เดือน พ่วงแคมเปญ 4 ฟรี ที่เปิดให้ยื่นคำขอกู้ตั้งแต่ต้นเดือนก.ย.ที่ผ่าน นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าประชาชนให้การตอบรับมากที่สุดและธนาคารได้ขยายกรอบวงเงินรวมกันกว่า 37,500 ล้านบาทแล้ว ซึ่งจะส่งผลดีไปถึงตัวเลขสินเชื่อปล่อยใหม่ไตรมาสสุดท้าย ให้เป็นไปตามเป้า 170,043 ล้านบาท

ส่วนความคืบหน้า “โครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน” ที่จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในอนาคต โดยหลังจากเริ่มดำเนินโครงการมาเกือบ 6 เดือน ล่าสุด ณ วันที่ 7 พ.ย.2559 มีประชาชนทั่วประเทศมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 15,000 ราย และมีผู้ที่เปิดบัญชีเงินฝากตามเงื่อนไขของโครงการกว่า 1,300 ราย ทั้งนี้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการและฝากเงินสม่ำเสมอตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด สามารถยื่นคำขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยภายใต้หลักเกณฑ์ของโครงการได้อีกด้วย

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี ธนาคารยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทำให้คนไทยมีบ้านผ่านโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐ และผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง อาทิ โครงการสินเชื่อบ้านกตัญญูเลี้ยงดูบุพการี ดอกเบี้ยต่ำคงที่นาน 4 ปีแรก และยังให้ส่วนลดดอกเบี้ยสำหรับลูกกตัญญูที่ผ่อนชำระดี 4 ปี 

สำหรับแผนการดำเนินงาน ธนาคารมุ่งเน้นเดินหน้าทำให้คนไทยบ้านควบคู่กับการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรให้เป็น  SMART Organization เพื่อรองรับการเข้ามาของบริการทางเงินรูปแบบใหม่ (Financial Technology :  FinTech) ที่จะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต อาทิ การปรับปรุงสาขารูปแบบใหม่ที่ให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในรูปแบบของ GH Bank Smart Branch ซึ่งในปีนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 4 สาขา การให้บริการใบเสร็จรับชำระเงินกู้แบบอิเล็กทรอนิกส์ : GH Bank Smart Receipt แอพพลิเคชั่นที่อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสินเชื่อที่สมัครใช้บริการจะได้รับใบเสร็จชำระเงินกู้ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยไม่จำเป็นต้องรอการจัดพิมพ์ส่งผ่านทางไปรษณีย์ และพัฒนาระบบเพื่อรองรับการให้บริการ PromptPay บริการโอน-รับโอนเงินรูปแบบใหม่ที่จะเริ่มให้บริการพร้อมกันทุกสถาบันการเงิน