ความชัดเจนของกำไรปี 2560 มาแรงแซงโค้งสุดท้ายของปี
ประเด็นการลงทุน
ด้วยกลยุทธ์ “การเลือกซื้อ” ของกลุ่มอสังหาฯ ที่เราแนะนำไปนั้น เรามองว่า ANAN เป็นหนึ่งในหุ้นที่เราชื่นชอบที่สุดในกลุ่มเนื่องจากแนวโน้มความชัดเจนของกำไรในปี 2560 ที่มีความเด่นชัดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการสร้างยอดขายรอรับรู้รายได้ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ที่ผ่านมา เราจึงแนะนำนักลุงทุนเก็บสะสมหุ้น ANAN ล่วงหน้าก่อนถึงการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/59 ซึ่งเราคาดจะเป็นไตรมาสที่กำไรดีที่สุดในลำดับสองจากประวัติกาล และกำไรที่มีความชัดเจนสูงสุดสองลำดับแรกในกลุ่มสำหรับปี 2560 โดยปัจจุบันมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับเหมาะสมในการลงทุนเนื่องด้วยมูลค่าหุ้นยังไม่แพงซื้อขายที่ PER ปี 2560 เพียง 9.1 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว 9.4 เท่า นับตั้งแต่เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำที่ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ที่ 6 บาท อ้างอิงเป้าหมาย PER อยู่ที่ 12 เท่า (มากกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทที่ 0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
ตกใจด้านบวกจากความชัดเจนของกำไรปี 2560 ที่มาแรงแซงโค้งสุดท้ายของปี
จากอัตราการจองซื้อที่ดีกว่าคาดจากโครงการคอนโดที่บริษัทพัฒนาเองทั้งสามแห่งในไตรมาส 3/59 ซึ่งพร้อมโอนในปี 2560 ได้แก่ โครงการ Venio Sukhuvmit 10 โดยปัจจุบันได้รับการจองแล้วถึง 90%, โครงการ UNiO Sukhumvit 72 จองแล้ว 35% และโครงการ UNiO Rama2 จองแล้ว 38% หนุนให้ยอดขายรอรับรู้ได้สำหรับปี 2560 เติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 3.5 พันล้าน ณ สิ้นเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่ 6 พันล้านบาท ณ ปัจจุบัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความชัดเจนของรายได้อสังหาฯ ในปี 2560 ที่เราคาดการณ์นั้นปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้แล้วถึง 54% นับเป็นตัวเลขความขัดเจนที่สูงสุดเป็นลำดับต้นในกลุ่มอสังหาฯที่เราให้คำแนะนำ โดยเราคำนวณถึงมูลค่ารวมของโครงการคอนโดที่เสร็จสมบูรณ์และพร้อมเริ่มโอนในปี 2560 ะเพิ่มขึ้นสองเท่าจาก 15 พันล้านบาท ในปี 2559 มาอยู่ที่ 30พันล้านบาทในปี 2560 (ด้วยอัตราจองซื้อเฉลี่ยที่ 63%) ดังรูปที่ 1
ยืนยันเป้าหมายธุกิจปี 2559 แม้มีการเลื่อนโครงการใหม่บ้าง
เป็นไปตามที่เราคาดว่าผู้บริหารแสดงความมั่นใจถึงการประสบความสำเร็จของยอดจองซื้อปี 2559 และเป้าหมายรายได้แม้ว่าจะมีการเลื่อนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2559 ออกไปเป็นปี 2560 โดยการเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2559 ได้รับการปรับลดจาก 21-22 พันล้าน มาอยู่ที่ 20-21 พันล้าน อย่างไรก็ตามเป้าหมายยอดจองซื้อปี 2559 ถูกปรับเพิ่ม 5% มาอยู่ที่ 22-23 พันล้านบาท จากการเปิดตัวโครงการคอนโดทั้ง 3 แห่งแก่สมาชิก ANAN ในเดือน ต.ค. ที่ผานมาประสบความสำเร็จมากกว่าคาด โดยยอดจองซื้อของโครงการ Ideo Sukhumvit 93 อยู่ที่ 60% (มูลค่าโครงการอยู่ที่ 6.2 พันล้านบาท), โครงการ Ideo Mobi Sukhuvit 66 อยู่ที่ 30% (มูลค่าโครงการอยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท) และโครงการ Ideo Phahol-Chatuchak อยู่ที่ 30% (มูลค่าโครงการอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท) โดย ANAN ยังคงเป้าหมายการโอนปี 2559 รวมที่ 13 พันล้านบาท (แบ่งเป็นทั้งจากโครงการที่บริษัทพัฒนาเองและสัดส่วนโครงการคอนโดร่วมทุน) ซึ่งเป็นไปตามที่ประมานการของเรา
ระยะเวลาการลงทุนครบรอบผลักดันแผนธุรกิจแบบตื่นเต้นสำหรับปี 2560
ในปี 2560 ANAN วางแผนเปิดตัวโครงการมูลค่ารวม 35-37 พันล้านบาท (เป็นโครงการคอนโด 80% และเป็นโครงการแนวราบ 20%) เติบโตก้าวกระโดด 70-80% หลังจากโครงการคอนโดร่วมทุนได้รับรู้รายได้และสร้างผลตอบแทนอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/59 ทำให้ในปี 2560 บริษัทวางแผนเปิดตัวโครงการคอนโดร่วมทุนใหม่ 7 โครงการ โครงการคอนโดดที่บริษัทพัฒนาเอง 3 โครงการ และโครงการแนวราบอีก 7 แห่ง (โครงการแนวราบมีทั้งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับล่างถึงระดับบน) โดยเป้าหมายยอดจองซื้อปี 2560 คาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดด 35-44% อยู่ที่ 29-31 พันล้านบาท ซึ่งอยู่บนสมมติฐานอัตราจองซื้อโครงการใหม่แบบอนุรักษ์นิยมที่ 20-40% ทั้งนี้เป้าหมายรายได้โครงการที่อยู่อาศัยปี 2560 คาดว่าจะอยู่ที่ 11.7 พันล้านบาทสำหรับโครงการที่บริษัทพัฒนาเอง และ 6.8 พันล้านสำหรับโครงการคอนโดร่วมทุน (ในส่วนของ ANAN ถือเท่านั้น) โดยรายได้โครงการคอนโดร่วมทุน (ส่วนของ ANAN) คาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดดจาก 2.5 พันล้านบาท ในปี 2559 มาอยู่ที่ 6.8 พันล้านบาท ในปี 2560 โดยการโอนคอนโด รายได้ และกำไรจะรับรู้ในช่วงไตรมาส 4/59 มากที่สุดของปี สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการอสังหาฯเพื่อขายคาดว่าอยู่ที่ 33-34% และฐานะทางการเงินที่กลับมาแข็งแกร่งขึ้นจากอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิที่คาดว่าจะต่ำลงเป็น 0.5-0.6 เท่า ณ สิ้นปี 2560 (จาก 0.9 เท่า ณ สิ้นปี 2559)
โอกาสกำไรดีกว่าคาดเป็นไปได้จากโครงการคอนโดร่วมทุน
เรามีมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมต่อการเติบโตของกำไรหลัก 13% ในปี 2560 หนุนโดยการพลิกฟื้นของส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เสียจากธุรกิจร่วมทุน (จากขาดทุนในปี 2559 เป็นคาดการณ์กำไรปี 2560 ที่ 398 ล้านบาท) ที่สำคัญเรามองเห็นถึงโอกาสที่กำไรปี 2560 จะสูงกว่าที่เราคาดการณ์ทั้งจากอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการอสังหาฯ เพื่อขายที่อาจะสูงกว่าเราคาด (เราคาดการณ์ 33.0% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดที่บริษัทวางแป้าหมายไว้) กอปรกับโอกาสที่โครงการคอนโดร่วมทุนอาจจะโอนได้เร็วกว่าที่เราประมาณการ ทั้งนี้เราคาดว่ารายได้จากโครงการร่วมทุนเฉพาะส่วนของ ANAN อยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท สำหรับปี 2560 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทอยู่ถึง 30% โดยถ้าหากโครงการคอนโดร่วมทุนดังกล่าวทำการโอนตามเป้าหมายของบริษัท เราคาดว่าจะมีโอกาสถึง 10-15% ที่กำไรปี 2560 จะสูงกว่าคาดการณ์กำไรของเราในปัจจุบัน









