วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คุณธรรมนำธุรกิจ สูตรเคลื่อน"ไทยยินตัน"

'นริศ วิทยาวรากรณ์'พับฝันอยากเป็นนักฟุตบอลและครู มาสานต่อธุรกิจครอบครัวมรดกที่พ่อสร้าง จัดทัพ ปรับโครงสร้าง พิสูจน์ผลงานเจน2 เคลื่อนยินตัน

กลับมาสานต่อธุรกิจ “ไทยยินตัน” ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยาอมเม็ดเงิน เม็ดแดง ยาสีฟันน้ำนู้ด และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากแดนปลาดิบ ที่ผู้พ่อสร้างไว้ สำหรับ "นริศ วิทยาวรากรณ์" กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยยินตัน จำกัด บุตรชายคนกลาง ทายาทรุ่น 2 ของ “ชาญกิจ วิทยาวรากรณ์” ประธานบริษัท ไทยยินตัน จำกัด เครือชุมแสง ซึ่งมีธุรกิจมากมายทั้งผลิตอุปกรณ์ส่องสว่าง สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ นำเข้าและจำหน่ายสินค้านวัตกรรมจากญี่ปุ่น 

ทายาท 3 คนของตระกูล แบ่งกันดูแลธุรกิจ โดยมีนิรศ นั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการไทยยินตัน ขณะที่พี่ชายคนโต “นเรศ วิทยาวรากรณ์” คุมทัพธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง ส่วนน้องสาวคนเล็กแต่งงานมีครอบครัว

วันนี้เมื่อธุรกิจให้น้ำหนักกับการจำหน่ายสินค้านวัตกรรมจากญี่ปุ่น ภายใต้บริษัท“ไทยยินตัน”  ล่าสุดได้ลงนามความร่วมมือเป็นพันธมิตรการค้าที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างไทยยินตัน กับบริษัทแม่ “โมริชิตะ ยินตัน จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น)” ผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ยินตันจากญี่ปุ่น เพื่อร่วมกันรุกตลาดในไทยและอาเซียน ภายใต้เป้าหมายขอเป็นผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากญี่ปุ่นในไทยและอาเซียน ภายใน 3-5 ปีจากนี้

นริศ ยอมรับว่า การสานต่อครอบครัว ควบคู่กับการสานเป้าหมายของบริษัทแม่ นับเป็น 2 ภารกิจหิน !  

ก่อนย้อนให้ฟังว่า “คิดตั้งแต่เด็กๆแล้วไม่อยากเข้ามาทำงานที่บ้าน ผมอยากเป็นครู จริงๆตอนเรียนจบจากเมืองนอก(ญี่ปุ่นและอังกฤษ)มาผมไปสมัครงานที่สิงคโปร์ อยากเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการ แต่พ่ออยากให้มาช่วยงานที่บ้าน เลยกลับมา”

ถึงเวลาที่นริศจะนำความรู้มาใช้ โดยเฉพาะการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) จึงขอจัดทัพองค์กรใหม่ มีพนักงานเพิ่มเป็น 30 กว่าคน แบ่งหน้าที่เป็นสัดส่วน พร้อมจัดพอร์ตโฟลิโอสินค้าให้แกร่ง แบ่งเป็น 3-4 กลุ่มชัดเจน เพิ่มสินค้าใหม่เข้ามา พร้อมกับการสร้างการรับรู้แบรนด์ยินตัน (Awareness) จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน

“ทำไมเราไม่เล่าเรื่องต่อยอด” เขาตั้งธงเคลื่อนธุรกิจ

การผลักดัน 2 ภารกิจให้เติบโต ทำให้เขาต้องทุ่มเม็ดเงินหลายสิบล้านบาทเพื่อทำการตลาดในไทย เดินหน้าสู่ตลาด “อาเซียน” ตามบัญชาของบริษัทแม่ โดยกลยุทธ์ที่จะขยายอาณาจักร คือ การหาพันธมิตรที่เป็น “ตัวแทนจำหน่าย” ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเจาะตลาดแต่ละพื้นที่ ตอกย้ำด้วยการ “ตั้งโรงงาน” ในประเทศไทยภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

“เราต้องการที่จะเติบโตทางธุรกิจมากขึ้น” เขาเล่า

ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นแต้มต่อในการทำตลาดคือ “นวัตกรรมสินค้า” ที่ล้ำและช่วยสร้าง “น่านน้ำสีคราม” (คู่แข่งไม่มาก) ให้กับแบรนด์ยินตัน ไม่ว่าจะเป็นยาอมนู้ดแคปซูลไร้รอยต่อรายเดียวในโลก แคปซูล 4 ชั้นยังช่วยรักษาคุณสมบัติของสินค้าให้เกิดผลลัพธ์แก่ผู้บริโภคตรงจุดด้วย รวมทั้งยาสีฟันน้ำนู้ดที่สร้างความต่างจากคู่แข่งได้ 

แต่กระนั้น อุปสรรคยังมี โดยนริศ ยอมรับว่า การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งแคทิกอรียาสีฟันมูลค่า 7,000 ล้านบาท และน้ำยาบ้วนปากราว 3,000 ล้านบาท และลูกอม 4,000 ล้านบาท ล้วน “ดุเดือด” ด้วยรายใหญ่ยึดแชมป์อยู่ อีกทั้งปัจจัยภายในคือ “ราคาสินค้า”ที่ค่อนข้างสูงทั้งยาสีฟันน้ำและยาอมนู้ด ยังเป็นโจทย์ให้ขบคิดหาทางดึงกลุ่มเป้าหมายมาซื้อสินค้า

 ทว่า ความท้าทายสำคัญไม่ใช่ราคา แต่เป็นเรื่องของ “การทำให้ผู้บริโภครู้จักและเข้าใจนวัตกรรมสินค้าอย่างแท้จริง แม้เราจะมีแต้มต่อด้านนวัตกรรมสินค้าที่คู่แข่งไม่มี ไม่มีใครทำได้ก็ตาม เพราะเป้าหมายคือต้องการให้ผู้บริโภคนึกถึงยินตันเป็นสินค้าที่มาพร้อมกับคำว่าคุณภาพ นวัตกรรมจากญี่ปุ่น”    

7 ปีที่นั่งเก้าอี้บริหารธุรกิจครอบครัว เขาบอกว่า พ่อยังคงทำหน้าที่ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด โดยเขาต้องรายงานภาพรวมธุรกิจให้พ่อฟังเป็นระยะ

ถามว่าพ่อกำชับอะไรเป็นพิเศษในการทำงาน นริศบอกว่า สิ่งที่ถูกปลูกฝังในดีเอ็นเอ คือการยึด “คุณธรรม นำธุรกิจ”

“คติพจน์ คือคุณธรรม นำธุรกิจ ทำอะไรก็แล้วแต่ เราต้องพูดได้เต็มปากเต็มคำกับลูกค้า คู่ค้า ความจริงพูดกี่ครั้งก็คือความจริง และต้องสร้างและรักษาเครดิตทั้งคู่ค้าและตัวเราเอง หากทำได้ผลทางธุรกิจทุกอย่างจะตามมา”

--//--

ทำธุรกิจต้อง“คิดก่อนพูด” 

เล็งเห็น “โอกาส” ธุรกิจภายใต้แบรนด์ “ยินตัน” ตั้งแต่ 26 ปีก่อน สำหรับ “ชาญกิจ วิทยาวรากรณ์” ประธาน บริษัท ไทยยินตัน จำกัดและเครือ ชุมแสง ซึ่งครั้งนั้นมีโอกาสได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกับตัวแทนจำหน่ายยินตัน ที่เป็นชาวญี่ปุ่นมาตลอด เมื่อได้สานต่อการเป็นตัวแทนจำหน่าย จึงนำจุดแข็งการเป็นบริษัทเก่าแก่ มีสินค้าคุณภาพ และน่าเชื่อถือ จึงปูพรมรุกตลาดไทยเต็มสูบ

วิวัฒนาการขายสินค้าเปลี่ยนแปลงเรื่อยมากระทั่งรุ่นลูก ได้นำ “ระบบ” (System) เข้ามาใช้ดำเนินธุรกิจ กอรปกับนโยบายยินตัน ญี่ปุ่น รัดกุมดี การเป็นพันธมิตรทางการค้าผนึกกำลังการสร้างการเติบโตจึงมีต่อเนื่อง โดยฝ่ายญี่ปุ่นแสดงบท “บุ๋น” ทำหน้าที่ผลิตสินค้าป้อนไทยยินตัน ที่ฉายบท “บู๊” ทำตลาด

แม้ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าจากแดนซามูไร จะมาหลังการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิม แต่หัวใจสำคัญในการสร้างอาณาจักรเหมือนกัน คือ “คุณธรรม นำธุรกิจ” และเป็นสิ่งที่มอบให้เหล่าทายาทยึดยามขยายอาณาจักร

“เราต้องทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจกับคู่ค้า อะไรก็แล้วแต่ต้องทำได้อย่างที่พูด ต้องคิดก่อนพูด ไม่ใช่พูดก่อนคิด สิ่งสำคัญสุดอีกอย่างคือเครดิต มองว่าเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ” เพื่อเป็นโล่ห์ต่อกรในโลกธุรกิจอนาคตที่เปลี่ยนเร็ว และแรง “ทายาทรุ่น2”กล่าว