คาดกำไรปี 59 ตามเดิมแต่ปรับประมาณการกำไรปี 60 ลดลง 9%
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- กำไรสุทธิ 3Q59 ลดลง 16%YoY และ 61%QoQ กำไร 9M59 เพิ่มขึ้น 60%YoY : 3Q59 มีกำไรสุทธิ 346 ล้านบาท ลดลง 16%YoY และ 61%QoQ เนื่องจากรายได้รวมแผ่วลง 4%YoY และ 42%QoQ เหลือ 3,008 ล้านบาท โดยมี Gross margin ลดเหลือ 35.7% จาก 38% ใน 3Q58 เนื่องจากรายได้จากคอนโดฯที่มีมาร์จิ้นสูงกว่าแนวราบมีสัดส่วนลดลง 9M59 มีกำไรสุทธิ 1,705 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60%YoY ทั้งนี้ Gross margin อยู่ที่ 36.7% ลดลงเล็กน้อยจาก 36.9% ใน 9M58 แต่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีทำให้ Net margin ปรับดีขึ้นเป็น 14.8% จาก 11.8% ใน 9M58 ทั้งนี้กำไร 9M59 คิดเป็น 83% ของประมาณการกำไรทั้งปี
- ผู้บริหารปรับลดเป้ายอดขาย presale และเป้ารายได้ปี 59 : ภาพรวม 4Q59 ดูแผ่วในแง่ของยอดขาย presale จากการเลื่อนเปิด 4 โครงการมูลค่ารวม 1.1 หมื่นล้านบาทไปใน 1Q60 โดยเปิดตัวบ้านเดี่ยวหรูเพียง 1 โครงการ ”แกรนด์บางกอกบูเลอวาร์ด-พระราม9” มูลค่ารวม 1,450 ล้านบาททำให้ผู้บริหารเป้า presale ลดลง 20% เหลือ 1.2 หมื่นล้านบาทรวมทั้งปรับลดเป้ารายได้เหลือต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทแต่สูงกว่ารายได้ปี 58 ที่ทำได้ 1.32 หมื่นล้านบาท สำหรับปี 60 ยอดขาย presale น่าจะเติบโตได้ดีจากแผนการเปิดขายโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและมูลค่า
- คงประมาณการกำไรปี 59 ตามเดิมซึ่งเติบโต 8% : ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการรายได้จากการขายโครงการลดลง 4% เหลือ 1.38 หมื่นล้านบาท พร้อมกับลดสมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวมเหลือ 18% จากเดิม 19% ส่งผลให้ประมาณการกำไรใหม่ปี 59 ใกล้เคียงกับประมาณการเดิมซึ่งเติบโต 8% จากปี 58 ทั้งนี้คาดกำไร 4Q59 ราว 387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%QoQ ลดลง 58%YoY
- ปรับประมาณการกำไรปี 60 ลดลง 9% : backlog สำหรับปี 60 ค่อนข้างต่ำเพียง 926 ล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าเช่าอาคารสำนักงานแห่งใหม่ “SC Tower” ที่จะสร้างเสร็จปลายปี 59 และเปิดบริการใน 1Q60 มีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับรายได้จากการขายโครงการ ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการรายได้ปี 60 ลดลง 20% เหลือ 1.24 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ประมาณการกำไรปี 60 ลดลง 9% เหลือ 1.9 พันล้านบาทซึ่งหดตัว 6% จากประมาณการกำไรปี 59 โดยคาดจะกลับมาเติบโตในปี 61 ซึ่งปัจจุบันมี backlog รองรับแล้ว 2.8 พันล้านบาท
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับลดราคาเหมาะสมเหลือ 4 บาทสำหรับปี 60 : ในการประเมินมูลค่าพื้นฐานสำหรับปี 60 ซึ่งอิง Prospect PER ระดับ 9 เท่า ทำให้ราคาเหมาะสมจากเดิม 4.40 บาทเหลือ 4 บาทซึ่งยังมี upside จากราคาปิดล่าสุดราว 17% โดยคาดการณ์เงินปันผล 0.10 บาทคิดเป็น Dividend yield ราว 5.7% เป็นระดับที่น่าสนใจ จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับลงทุนระยะยาว









