วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 14-18 พ.ย. 59

ราคาน้ำมันดิบผันผวนต่อเนื่องจากความกังวลหลังยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนจากกลุ่มโอเปคที่จะปรับลดกำลังการผลิต ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 41- 46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 42-47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (14 พ.ย. - 18 พ.ย. 59)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะยังคงได้รับแรงกดดันจากกลุ่มโอเปคที่ยังคงไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็นการปรับลดกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 32.5 - 33.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับการผลิตในเดือน ต.ค. ที่ประมาณ 33.64 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอุปทานส่วนเกินจะล้นตลาดต่อเนื่องในปี 2560 นอกจากนั้น ราคายังคงได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น หลังนักลงทุนคลายกังวลและธนาคารกลางสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ยังคงอยู่ในระดับสูง จากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- ตลาดยังกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงของกลุ่มโอเปคที่จะปรับลดกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 32.5 – 33.0 ล้านบาร์เรล ว่าจะสามารถตกลงกันได้หรือไม่ หลังยังคงไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดของมาตรการในการลดกำลังการผลิต ประกอบกับ อุปทานจากลิเบียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศคลี่คลายลง นอกจากนี้ อิรักยังคงออกมาเรียกร้องขอรับการยกเว้นในการปรับลดการผลิตเช่นเดียวกับ ลิเบีย ไนจีเรีย และอิหร่านด้วยเช่นกัน เนื่องจากอิรักต้องการรายได้สำหรับการต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายของรัฐอิสลาม (ไอเอส) โดยจากการคาดการณ์ล่าสุดของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ในรายงานเดือน พ.ย. กล่าวว่าหากกลุ่มโอเปคไม่สามารถตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตลงได้ จะส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินจะยังคงล้นตลาดต่อเนื่องในปี 2560 และจะยังคงส่งผลกดดันต่อการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบ 

- ค่าเงินดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นและส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบต่อเนื่อง หลังนักลงทุนคลายกังวลกับประธานาธิบดีของสหรัฐคนใหม่ หรือนาย โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน ที่มีนโยบายในเชิงสุดโต่ง เช่น การทบทวนนโยบายการค้า และข้อตกลงการค้าเสรี เป็นต้น ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ ธนาคารกลางสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน ธ.ค. จากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและตลาดแรงงานที่มีการเติบโตในระดับสูง

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ เริ่มปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับ ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยสัปดาห์ล่าสุด ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 4 พ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรล เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 0.17 ล้านบาร์เรลต่อวันจากสัปดาห์ก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 8.69 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐ ปรับลดลง 2.8 และ 1.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

- ปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบทรงตัวอยู่ในระดับ 45 - 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ผู้ผลิตมีการเพิ่มปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่อง จากข้อมูลล่าสุด ปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 11 พ.ย. ปรับเพิ่ม 2 แท่นมาอยู่ที่ระดับ 452 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 59 โดยกว่าสองในสามของจำนวนแท่นขุดเจาะทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นมาจากแหล่งผลิต Permian เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตที่มีต้นทุนค่อนข้างต่ำ ซึ่งปัจจุบันปริมาณแท่นขุดเจาะของแหล่งผลิต Permian ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 218 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ พ.ย. 58

- จับตาการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรีย หลังสถานการณ์ความไม่สงบประทุขึ้นอีกครั้ง หลังกลุ่มผู้ประท้วงได้ออกมาเรียกร้องส่วนแบ่งรายได้การผลิตน้ำมันดิบจากบริษัทน้ำมันต่างชาติ โดยล่าสุดการประท้วงได้ดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 และล่าสุดกลุ่มผู้ประท้วงได้ทำการปิดระบบสาธารณูปโภคและขัดขวางการผลิตน้ำมันดิบ นอกจากนี้ กลุ่ม Niger Delta Avengers ได้ออกมายืนยันว่ามีการโจมตีท่อขนส่งน้ำมันดิบ Forcados ซึ่งมีกำลังการผลิตประมาณ 200,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ต้องหยุดการผลิตทันที

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกยูโรโซน ปริมาณการส่งออกจีน ดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภคจีน การลงทุนทางตรงจีน

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (7-11 พ.ย. 59)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.66 ดอลลาร์ ปิดที่ 43.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 0.83 ดอลลาร์ ปิดที่ 44.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปค เนื่องจากซาอุดิอาระเบียเผยว่าจะเพิ่มกำลังการผลิต และจะถอนตัวออกจากการประชุมในวันที่ 30 พ.ย. หากอิหร่านไม่ให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิต นอกจากนี้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 พ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังเผชิญกับความผันผวนจากความไม่แน่นอนกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง

                                                      -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999