วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เถ้าแก่น้อย’โตเร็วเกินคาด-ปีหน้ายอดขายแตะ5พันล้าน

‘เถ้าแก่น้อย’ ปรับเป้ายอดขายแตะ5,000ล้านในปีหน้า แผนเดิมคาดทำได้ปี 2561 รับอานิสงส์ยอดขายในจีนโตเร็วเชื่อสัดส่วนรายได้ต่างประเทศแตะ70%

นายคู่สูรย์ รัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) TKN เปิดเผยว่า เดิมทีบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายแตะ 5,000 ล้านบาท ในปี 2561 แต่การเติบโตที่รวดเร็วจากยอดขายต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ขณะเดียวกันยอดขายจากอินโดนีเซียน่าจะเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้ หลังจากที่บริษัทได้รับเครื่องหมายฮาลาลบนผลิตภัณฑ์แล้ว ทำให้ยอดขายน่าจะแตะเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2560 นี้ 

ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายจากจีนอยู่ที่ 36% ของยอดขายรวม 3,399 ล้านบาท และในปีหน้าเชื่อว่าสัดส่วนยอดขายจากจีนจะเพิ่มขึ้นเกิน 40% และน่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 แซงหน้ายอดขายจากไทยอีกด้วย ส่วนแนวโน้มยอดขายในปีนี้น่าจะเติบโตราว 22% จากปีก่อนที่ทำได้ 3,499.75 ล้านบาท 

“ยอดขายที่เติบโตเร็วกว่าแผนเดิมที่คาดไว้ โดยหลักเป็นผลจากการเติบโตในจีน แต่ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้าที่จะสร้างยอดขายให้เติบโตเกิน 10% ในทุกตลาด เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง และไม่เป็นการพึ่งพิงตลาดใดมากเกินไป เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นมาในตลาดใดตลาดหนึ่ง จะทำให้ยอดขายของบริษัทชะงักได้”

สำหรับการขยายตลาดในจีนนั้น ปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่าย 2 ราย ซึ่งสามารถรองรับการเติบโตได้ในอีก 2-3 ปีจากนี้ อย่างไรก็ตามบริษัทจะขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์เพิ่มเติม โดยจะให้ตัวแทนจำหน่าย 2 รายเดิม เป็นผู้แนะนำตัวแทนจำหน่ายทางออนไลน์ ซึ่งบริษัทจะตัดสินใจเลือกในปีหน้า

“ด้วยการเติบโตที่สูงในต่างประเทศ และเป้าหมายที่จะก้าวไปเป็นแบรนด์ระดับโลก จึงเชื่อว่าสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศจะขยับไปถึง 70% ภายใน 2-3 ปีนี้ จาก 60% ในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้อัตรากำไรของบริษัทสูงขึ้น เพราะการขายในต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายด้านการขายและการทำตลาดต่ำกว่าในประเทศ โดยปัจจุบันมีอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ ราว 35.5% และ 16% ตามลำดับ”

สำหรับการเปิดดำเนินการโรงงานแห่งที่ 2 ซึ่งจะใช้งบลงทุน 730 ล้านบาท กำลังการผลิตรวม 6,000 ตันต่อปี โดยเฟสแรกจะเริ่มดำเนินการในเดือน ก.พ. 2560 กำลังการผลิตรวม 1,500 ตันต่อปี และหากสามารถใช้กำลังการผลิตได้ถึง 50% จะพิจารณาดำเนินการเฟส 2 อีก 1,500 ตัน 

ทั้งนี้ หากบริษัทสามารถดำเนินการผลิตได้เต็ม 6,000 ตันต่อปี เมื่อรวมกับกำลังการผลิตเดิมที่ 6,000 ตันต่อปี จะช่วยให้ยอดขายขยับไปถึงระดับ 8,000 ล้านบาท แต่ด้วยเป้าหมายระยะยาวที่ต้องการจะเพิ่มยอดขายไปถึง 10,000 ล้านบาท บริษัทอาจจะพิจารณาตั้งโรงงานใหม่แห่งที่ 3 หากมีความต้องการซื้อมากพอ หรืออาจจะพิจารณาเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับสาหร่าย