อเบอร์ดีน ชูกลยุทธ์ลงทุนปี60 เลือกช้อนหุ้นรายตัวปันผลสูง ล่าสุด เพิ่มน้ำหนักหุ้นเล็กมาแรง พร้อมหาจังหวะเข้าหุ้นกลุ่มธนาคาร ลีสซิ่ง โรงพยาบาล
ประกัน และไฟแนนซ์ หากปรับราคาลงระดับที่กองทุนตั้งเป้าหมายไว้ ด้านกสิกรไทยคาดหุ้นเอเชียและไทยกระทบจากผลเลือกตั้งสหรัฐไม่มาก แนะเลือกหุ้นรายตัว เน้นอุตสาหกรรมที่พึ่งบริโภคและการลงทุนในประเทศ รวมถึงหุ้นเล็กที่แนวโน้มโตดี
นายอดิเทพ วรรณพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ. อเบอร์ดีน จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนของบริษัทในช่วงปี60 ยังคงเดิม คือเลือกเป็นกลุ่มและเป็นรายบริษัทเป็นหลัก เน้นธุรกิจที่มีผลตอบแทนดีจ่ายเงินปันผลสูงและมีความต่อเนื่องระยะยาว รวมถึงเลือกหุ้นขนาดกลางและเล็กที่ผลประกอบการ และมีแนวโน้มการเติบโต ล่าสุด บริษัทได้เพิ่มหุ้น MAGA หุ้น TOG และหุ้นALUCON เข้าในพอร์ต หลังจากที่ได้เข้าไปศึกษาธุรกิจแล้วพบว่าหุ้นดังกล่าวมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทยังคงหาจังหวะเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มลีสซิ่ง กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มประกันชีวิตและประกันภัย และกลุ่มไฟแนนซ์ หากราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวปรับราคาลดลงมาอยู่ในระดับที่กองทุนตั้งเป้าหมายไว้ก็จะเข้าลงทุนเพิ่มเพราะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะยาว
“แม้ว่าหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม แต่เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะเบาบางลงเพราะธนาคารต่างๆเริ่มหันมาจริงจังกับการจัดการหนี้เสียที่เกิดขึ้น และในช่วงปีหน้าหนี้เสียของกลุ่มธนาคารมีแนวโน้มที่ดีขึ้นด้วย ส่วนหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล แม้ว่าราคาจะค่อนข้างแพงแต่แนวโน้มการทำกำไรของราคาหุ้นยังคงมีต่อเนื่อง เพราะธุรกิจโรงพยาบาลยังได้รับอานิสงค์จากความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโอกาสขยายตัวมากขึ้น ด้านหุ้นกลุ่มลีสซิ่งก็เช่นกันในช่วงที่ผ่านมาอาจจะเจออุปสรรคเข้ามากระทบบ้าง แต่เชื่อว่าในช่วงปีหน้าหุ้นดังกล่าวจะกลับมาเติบโตดี ส่วนหุ้นกลุ่มประกันภัยและประกันชีวิต ถือเป็นหุ้นที่โดดเด่นมาก ช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด แต่ผลประกอบการของธุรกิจประกันภัยและชีวิตที่บริษัทเลือกเข้าไปลงทุนยังสามารถเติบโตได้ดี”
นายอดิเทพ กล่าวว่า สำหรับหลักทรัพย์ที่บริษัทเลือกลงทุนในช่วงที่ผ่านมาในกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล คือ หุ้นBDMS และหุ้นBH ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนรวมประมาณ 2-3%ของเม็ดเงินลงทุนในตราสารทุนทั้งหมด หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ บริษัทให้น้ำหนักในหุ้น SCB , KBANK และBBL ซึ่งมีสัดส่วนในการลงทุนมากสุดถึง 10% กลุ่มหุ้นลีสซิ่ง ให้น้ำหนักหุ้น TISCO และ KKP สัดส่วนการลงทุน 3-4% ส่วนหุ้นกลุ่มประกันภัยและประกันชีวิตมีหุ้น BKI ,THRE และ THREL โดยมีสัดส่วนการลงทุนประมาณ 5-6% และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มไฟแนนซ์ บริษัทเลือกหุ้น AEONTSและMTLS
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บลจ. กสิกรไทย กล่าวว่า ความผันผวนที่จะเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจนจากการของนายโดนัลด์ ทรัมป์คาดว่าจะมีไปถึงช่วงเดือนม.ค.ปีหน้า จึงแนะนำให้รอประเมินสถานการณ์และชะลอการเข้าลงทุนเพิ่มเติม ทั้งนี้ตลาดหุ้นเอเชีย อาเซียนรวมถึงตลาดหุ้นไทยคาดว่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับในภูมิภาคอื่นๆ ผู้ลงทุนสามารถอาศัยจังหวะเข้าลงทุน ได้ ทั้งนี้บลจ.กสิกรไทยยังคงมุมมองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปลายปี 2559 อยู่ที่ระดับ 1,550 และเป้าหมายกลางปี 2560 อยู่ที่ 1,640 จุด ซึ่งในส่วนกลยุทธ์การลงทุนของบลจ.กสิกรไทย จะเน้นการคัดเลือกหุ้นเป็นรายตัว (Stock Selection) โดยให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากจากนโยบายทางการค้าของสหรัฐฯที่อาจเปลี่ยนแปลงไป และน่าจะได้รับประโยชน์จากความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลประเทศต่างๆ จะมีการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อชดเชยการส่งออกที่อาจจะชะลอตัวลงในระยะถัดไป นอกจากนี้ยังสนใจในหุ้นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่ส่วนใหญ่มักจะมีการเติบโตตามการบริโภคในประเทศเป็นหลัก รวมถึงมองว่ายังมีโอกาสเติบโตได้ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่
ด้านมุมมองต่อตลาดตราสารหนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของไทยจะยังทรงตัวต่อเนื่องอย่างน้อยไปจนถึงกลางปี 2560 โดยบลจ.กสิกรไทยคาดว่า เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ (Yield Curve) ในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้า จะปรับตัวอยู่ในช่วงแคบ ๆ ที่ +0.15%ถึง-0.15%






