กำไร 9M59 ลดลง 13% ปรับประมาณกำไรปี 59-60 ลดลง
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- 3Q59 มีกำไรลดลง 43%YoY และ 50%QoQ 9M59 กำไรลดลง 13% : ในช่วง 3Q59 มีกำไร 928 ล้านบาท ลดลง 50%QoQ และ 43%YoY เนื่องจากรายได้จากการโอน 9,083 ล้านบาท ลดลง 20%YoY และ 35%QoQ ในช่วง 9M59 มีกำไร 4,068 ล้านบาท ลดลง 13%yoy โดยมีรายได้ 32,972 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากยอดโอนโครงการแนวราบลดลง อัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือ 32.6% จาก 33.9% ใน 9M58 จากการใช้โปรโมชั่นฟรีค่าโอนหลังสิ้นสุดมาตรการภาษีกระตุ้นภาคอสังหาฯในเดือนเม.ย. ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 17.1% จาก 15.9% ใน 9M58 และส่งผลทำให้อัตรากำไรสุทธิลดเหลือ 12.3% จาก 13.9% ใน 9M58
- ปรับประมาณการกำไรปี 59ลดลง 18% : กำไรสุทธิ 9M59 คิดเป็น 50% ของประมาณการทั้งปี 59 ที่ราว 8 พันล้านบาท ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการรายได้ปี 59 ลดลง 4% เหลือราว 5 หมื่นล้านบาท จาก backlog ที่จะโอนใน Q4 ราว 10,320 ล้านบาทเท่ากับว่าประมาณการรายได้มี backlog รองรับแล้ว 87% และจากการปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเหลือ 33% จากเดิม 34% และเพิ่มสมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเป็น 16% จากเดิม 15% ส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 59 ลดลง 18% เหลือ 6,640 ล้านบาทซึ่งลดลง 13% โดยมีประมาณการกำไร 4Q59 อยู่ที่ราว 2,570 ล้านบาทฟื้นตัว 177%QoQ แต่ลดลง 14%YoY
- ปรับประมาณการกำไรปี 60 ลดลง 17% : สำหรับปี 60 เราปรับประมาณการรายได้ลดลง 5% เหลือ 5.1 หมื่นล้านบาท ปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเหลือ 33% จากเดิม 34% ส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 60 ลดลง 17% เหลือ 6.9 พันล้านบาท ทั้งนี้ในปีนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมพรีเมี่ยมจับกลุ่มลูกค้าระดับบนซึ่งจะมีความแตกต่างจากคู่แข่งทั้งในเรื่องราคาและรูปแบบ โดยคาดจะเปิดราว 4-5 โครงการมูลค่ารวม 9.5 พันล้านบาท เบื้องต้นมีที่ดินแล้วใน 2 ทำเลที่ซอยทองหล่อและย่านพญาไท
- กระบวนการแลกหุ้นน่าจะเสร็จภายในปลายปี 59 : การแลกหุ้น PS กับ หุ้นPSH (บมจ. พฤกษา โฮลดิ้ง) อัตราส่วน 1:1 ตั้งแต่ 19 ต.ค. ถึง 23 พ.ย. ซึ่งบริษัทมีแผนจะนำ PSH เข้าซื้อขายในตลาดฯ แทน PS ภายในวันที่ 1 ธ.ค. 59 ซึ่งเราแนะนำให้นักลทุนตอบรับ tender offer เพื่อแลกหุ้นซึ่งจะได้รับประโยชน์ในเรื่องสภาพคล่อง
- คงคำแนะนำ“ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมเป็น 28 บาทสำหรับปี 60 : ฝ่ายวิจัยปรับมาใช้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 60 ซึ่งอิง Prospect PER ที่ระดับ 9 เท่าได้เท่ากับ 28 บาทซึ่งยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด โดยซื้อขายที่ PER ต่ำเพียง 7 เท่า ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผลจากเดิม 30% เป็น 50% ส่งผลให้ yield พุ่งขึ้นเป็น 7.3% และ 7% ในปี 59 และ 60 ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เพื่อรอรับเงินปันผล








