"บลจ.อเบอร์ดีน" ยังคงน้ำหนักลงทุนหุ้นไทย เน้นลงทุนเฉพาะบริษัทเติบโตดีเฉลี่ยปีละ 5-7% และหุ้นที่ลงทุนต้องมีอัตราผลตอบแทนจ่ายปันผลเฉลี่ย3-3.5%
ล่าสุดเปิดตัวกองใหม่เน้นลงทุนรายบริษัท“กำไรสูง-ปันผลดี”
นายอดิเทพ วรรณพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า หลัง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐแล้ว โดยจะเริ่มทำงานได้เดือนธ.ค.นี้ และนโยบายของทรัมป์น่าจะมีผลในปี 2560 จึงต้องรอความชัดเจนของนโยบายก่อน
จากความไม่ชัดเจนของนโยบายสหรัฐ อาจมีความผันผวนต่อตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย แต่ผลกระทบกับไทยคงไม่มาก เมื่อเทียบกับจีน เกาหลี และไต้หวัน เพราะไทยมีสัดส่วนส่งออกไปสหรัฐ เป็นอันดับ 3 รองจากจีน และญี่ปุ่น
“ประเด็นดังกล่าว ทำให้นักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยต่างเกิดความกังวล และมีความผันผวนมากขึ้น แต่บริษัทยังไม่นำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาการปรับพอตร์การลงทุนในโซนฝั่งยุโรปและสหรัฐ จนกว่านโยบายของทรัมป์ชัดเจนจึงประเมินผลอีกครั้ง จะเน้นลงทุนเฉพาะบริษัทที่เติบโตดีเป็นรายบริษัท การที่ทรัมป์เข้ามารับตำแหน่งครั้งนี้ อาจไม่ส่งผลต่อหุ้นที่บริษัทมเลือกลงทุน”
ส่วนภาวะตลาดหุ้นไทยช่วงไตรมาสสุดท้าย แน่นอนว่า ยังมีเม็ดเงินลงทุนผ่านกองทุนแอลทีเอฟ และอาร์เอ็มเอ เข้ามาหนุนตลาดอีก 10,000 ล้านบาท แม้ไตรมาส 3 จะอ่อนตัวลงจากภาวะฝนตกน้ำท่วม และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดอ่อนตัวลง และช่วงไตรมาส4 ผลประกอบการบริษัทดังกล่าวน่าจะชะลอไปอีก จากการบริโภคในประเทศยังซึม แต่จะฟื้นตัวดีขึ้นปีหน้า โดยการท่องเที่ยวยังเป็นตัวกระตุ้นและภาครัฐยังมีการลงทุนต่อเนื่อง คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้และปีหน้าจะเติบโต 3.2%
“ตลาดหุ้นไทยปีนี้ทำผลงานได้ดีกว่าตลาดอื่นเกือบทุกที่เพราะสภาพคล่องดี แม้ช่วงนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยต่างๆที่เข้ามา ทำให้การอุปโภคบริโภคภายในประเทศลดลง ด้านการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีน ที่ลดลงตามมาตรการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่มีนักท่องเที่ยวชาติอื่นกลับมาเที่ยวต่อเนื่อง และปัจจัยลบที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยเพียงระบะสั้น ช่วงเดือนสุดท้ายหุ้นไทยยังคงได้รับอานิสงค์จากเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ากองทุนแอลทีเอฟเป็นหลัก”
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของบริษัท ยังให้น้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นไทยเหมือนหลายปีที่ผ่านมา แม้ระหว่างทางมีปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอก กระทบตลาดหุ้นไทยแต่ตลาดปีนี้ยังดีกว่าปีก่อน
ทั้งนี้ บริษัทเน้นลงทุนเฉพาะบริษัทที่เติบโตดีเฉลี่ยปีละ 5-7% และหุ้นที่ลงทุนต้องมีอัตราผลตอบแทนจากปันผลเฉลี่ย 3-3.5%เป็นหลัก ส่งผลให้กองทุนของบริษัทที่ลูกค้าลงทุน มีผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยสูงถึง 3%
ส่วนการลงทุนในหุ้นที่สร้างผลตอบแทนดีแก่พอร์ตลงทุนนั้น เน้นเลือกบริษัทที่มีอนาคตการเติบโตที่ดี จากปัจจัยบวกในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศตามซีแอลเอ็มวี และอาเซียน เพราะหุ้นกลุ่มดังกล่าวหากเทียบกับธุรกิจอื่นที่ไม่มีแผนการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โอกาสสร้างกำไรให้กับธุรกิจก็มีน้องกว่าที่ขยายธุรกิจไปประเทศต่างๆ
ล่าสุด บริษัทเปิดตัวกองทุนเปิดอเบอร์ดีนหุ้นระยะยาว70/30 มูลค่ากองทุน 5,000 ล้านบาท เน้นลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่เกิน 70% ของเอ็นเอวี ส่วนที่เหลือลงทุนตราสารหนี้ โดยเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 14-22 พ.ย.นี้ และเปิดเสนอขายอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ย.นี้ กองทุนนี้ ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล เน้นคัดเลือกหุ้นรายตัว พิจารณาปัจจัยพื้นฐาน สัดส่วน 90% อีก 10% เลือกหุ้นตัวใหม่









