วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCP - ซื้อ

กำไรหลักไตรมาส 3/59 เป็นไปตามคาด; ช่วงไฮซีซั่นจะหนุนการเติบโตของกำไรไตรมาส 4/59

กำไรหลักเป็นไปตามคาด

BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ที่ 1,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173% YoY แต่ลดลง 51% QoQ หากไม่รวมกำไรจากสต็อกน้ำมัน 120 ล้านบาท, กำไรจากการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน 11 ล้านบาท, กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 169 ล้านบาท และการกลับรายการของค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ 3 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 3/59 จะอยู่ที่ 4,011 พันล้านบาท ลดลง 60% YoY และ 31% QoQ ในขณะที่กำไรหลักเป็นไปตามที่เราคาด กำไรสุทธิสูงกว่าที่เราและตลาดคาดจากกำไรพิเศษที่สูงกว่าคาด

ประเด็นหลักผลประกอบการ

ปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตของกำไรสุทธิ YoY มาจากบันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมัน (เทียบกับบันทึกขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในไตรมาส 3/58) และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (เทียบกับขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 3/58) ในขณะที่การบันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมันที่น้อยลงส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง QoQ โดยปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังการปรับตัวลดลงของกำไรหลักได้แก่ 1) ค่าการกลั่นตลาดที่อ่อนตัวลง (ลดลง 29%YoY และ 10% QoQ มาอยู่ที่ 5.6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล), 2) อัตราการใช้กำลังการกลั่นที่ลดลง (ลดลง 1% YoY มาอยู่ที่ 116KBD [เพิ่มขึ้น 4% QoQ]), 3) ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดที่ลดลง (ลดลง 5% QoQ มาอยู่ที่ 1,382 พันล้านลิตร [เพิ่มขึ้น 9% YoY]), 4) ค่าการตลาดค้าปลีกที่ลดลง (ลดลง 8% QoQ มาอยู่ที่ 0.80 บาทต่อลิตร [เพิ่มขึ้น 14% YoY]) จากช่วงโลว์ซีซั่น, 5) กำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ปรับตัวลดลง (EBITDA ที่ 612 ล้านบาท ลดลง 12% YoY), 6) การขาดทุนจากธุรกิจไบโอดีเซล ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมปรับตัวดีขึ้น YoY และ QoQ (EBITDA ที่ 171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY และ 191% QoQ)

แนวโน้ม

จากการคาดการณ์ถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลจากอุปสงค์ในฤดูหนาว เราคาดว่าค่าการกลั่นตลาดในไตรมาส4/59 ของ BCP จะปรับตัวสูงขึ้น 1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล QoQ นอกจากนี้คาดว่ากำไรจากธุรกิจค้าปลีกน้ำมันจะปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ จากช่วงไฮซีซั่น ดังนั้นกำไรหลักไตรมาส4/59 ของบริษัทคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น QoQ สำหรับ YoY คาดว่ากำไรหลักไตรมาส 4/59 ของ BCP จะอ่อนตัวลงเนื่องจากค่าการกลั่นตลาดที่อ่อนตัวลงและกำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่น้อยลง (เนื่องจากการรับรู้การขาดทุนจากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น)

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้น 14% มาอยู่ที่ 4,681 ล้านบาทเพื่อสะท้อนกำไรพิเศษที่บันทึกในไตรมาส 3/59

คำแนะนำ

ในมุมมองของเราการคาดการณ์กำไรหลักไตรมาส4/59 เติบโต QoQ ซึ่งได้แรงหนุนจากช่วงไฮซีซั่นของค่าการกลั่นตลาดและธุรกิจค้าปลีกน้ำมันน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นต่อไปได้ นอกจากนี้ราคาหุ้นยังคงปรับตัวช้ากว่ากลุ่มหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงกลั่น, กลุ่มค้าปลีกน้ำมันและกลุ่มไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งราคาปรับตัวขึ้นสูงในปีนี้ เราคิดว่าตลาดน่าจะมองหาหุ้นที่ราคาถูกในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยมูลค่าปัจจุบันซื้อขายอยู่ในระดับ PER ณ สิ้นปี 2560 ที่ 10.2 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงกลั่น แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกน้ำมันซึ่งอยู่ที่ 20 เท่า และค่าเฉลี่ยกลุ่มไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งอยู่ที่ 19 เท่า เราคาดว่ามูลค่าหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาสอดคล้องกับกลุ่มได้