วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 10 พฤศจิกายน 2559

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังหุ้น และสกุลเงินสหรัฐ ฟื้นตัว

+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น ตามตลาดหุ้น และสกุลเงินสหรัฐที่ฟื้นตัว หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนเกิดความตื่นตระหนกกับผลการนับคะแนนเลือกตั้งที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน มีโอกาสชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ ทำให้เกิดการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรุนแรงเพื่อไปลงทุนในตลาดทองคำ หรือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อย (Safe Haven) แทน อย่างไรก็ดี ในช่วงหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง นักลงทุนได้กลับมาซื้อ-ขายในสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง หุ้น และน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น

+ นโยบายด้านภูมิรัฐศาสตร์ของสหรัฐ เกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่าน อาจมีการเปลี่ยนแปลง หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เนื่องจากนายทรัมป์ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่าน ที่ทำให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันดิบได้อีกครั้งตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

- นักวิเคราะห์แสดงความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ ว่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวหรือไม่ หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ เนื่องจากนายทรัมป์มีนโยบายในลักษณะกีดกันทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย

- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 4 พ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 485.0 ล้านบาร์เรล ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ยังปรับเพิ่มขึ้น 0.17 ล้านบาร์เรล สร้างความกังวลให้กับตลาดว่าการผลิตน้ำมันดิบจาก Shale oil จะฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดไว้

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีแรงซื้อจากศรีลังกาและอินโดนีเซียเข้ามาในตลาด อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันเบนซินยังถูกกดดันจากโรงกลั่นน้ำมันในญี่ปุ่นที่ผลิตมากขึ้น หลังกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีแรงซื้อจากเวียดนาม และปริมาณการส่งออกจากอินเดียปรับลดลง หลังความต้องการใช้ในประเทศสูง อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดีเซลยังถูกกดดันจากอุปทานในภูมิภาคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังภูมิภาคตะวันออกกลางส่งออกน้ำมันดีเซลมายังตลาดสิงคโปร์มากขึ้น

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

           ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

           ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 44-49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงของกลุ่มโอเปคที่กำหนดเพดานการผลิตไว้ที่ 32.5 – 33.0 ล้านบาร์เรล เนื่องจากยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน หลังกลุ่มโอเปคไม่สามารถตกลงเกี่ยวกับรายละเอียดของมาตรการลดกำลังการผลิตในการประชุมวันที่ 28 – 29 ต.ค. ประกอบกับอุปทานจากลิเบีย และ ไนจีเรียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประเทศนอกกลุ่มโอเปค เช่น บราซิล และ คาซัคสถาน ยังมีแผนเพิ่มปริมาณการผลิตขึ้นอีกในอนาคต โดยกลุ่มโอเปคจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 30 พ.ย. นี้

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคคาดการณ์โดยสำนักข่าว Reuters มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ระดับ 33.83 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ต.ค. จากระดับ 33.69 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. โดยเพิ่มขึ้นจากไนจีเรีย ลิเบีย และ อิรัก ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลมากขึ้นว่าข้อตกลงของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคจะไม่ประสบความสำเร็จ

                                                         -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999