วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ADVANC - ถือ

ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายมหาศาล

ประเด็นการลงทุน

ถึงแม้ว่ารายได้บริการส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาส 3/59 แต่เรายังคงไม่แน่ใจว่าแนวโน้มของการฟื้นตัวดีขึ้นจะต่อเนื่องไปยังปี 2560 หรือไม่ภายใต้ภาวะการแข่งขันที่ยังคงรุนแรงมาก ณ ปัจจุบัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม รายได้ที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ไม่มากนักจะต้องตามมาด้วยการลดราคาเครื่องโทรศัพท์ รวมถึงการอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ งบดุลเริ่มมีภาระหนี้สินเพิ่มสูงขึ้นจากการเบิกถอนเงินกู้จำนวนมากในไตรมาส 3/59 ผลการดำเนินงานจะยังคงอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องไปยังไตรมาส 4/59 จนถึงปี 2560 เนื่องจากการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เป็นทั้งเงินสดและไม่ใช่เงินสดจำนวนมาก ในขณะที่การปรับเพิ่มขึ้นของรายได้ตามไม่ทันต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก เราประเมินว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสำหรับ ADVANC ว่าจะยังคงสามารถรักษาระดับอัตราการจ่ายเงินปันผลได้ที่ 100% หรือไม่ในปี 2560 เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับดีสำหรับในปี 2559

สรุปผลประกอบการไตรมาส 3/59—กำไรหลักต่ำกว่าคาด

ADVANC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ที่ 6.53 พันล้านบาท ลดลง 24% YoY และ 32% QoQ ถ้าไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 67 ล้านบาทในไตรมาส 3/59 กำไรหลักอยู่ที่ 6.46 พันล้านบาท ลดลง 26% YoY และ 31% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักต่ำกว่าคาด 10% เนื่องจากผลขาดทุนจากธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์ที่สูงกว่าคาด รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าตัดจำหน่ายและค่าเสื่อมโครงข่ายที่สูงกว่าคาดเช่นกัน กำไรหลักที่ลดลงเนื่องจาก 1) การรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ ซึ่งได้แก่ ค่าตัดจำหน่ายค่าใบอนุญาต (1.2 พันล้าน/ไตรมาส) และค่าใช้จ่ายทางการเงินรอตัดบัญชีซึ่งเป็นผลจากมาตรฐานบัญชีใหม่ (530 ล้านบาท/ไตรมาส) รวมถึงค่าเช่าที่จ่ายให้กับทีโอทีสำหรับการเช่าเสาสัญญาณและอุปกรณ์ 2 จีจากทีโอที (1.4 พันล้านบาท/ไตรมาส) ซึ่งเริ่มบันทึกตั้งแต่เดือนก.ค. 2559 เป็นต้นไป 2) ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด และ 3) ผลขาดทุนจากธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากแคมเปญการให้ส่วนลดค่าเครื่องปกติกับลูกค้าที่เพิ่มขึ้น (อ่านรายละเอียดได้ในหน้า 4) 

เป้าหมายผลการดำเนินงานปี 2559 ยังคงไว้เท่าเดิม

บริษัทยังคงเป้ารายได้บริการ (ไม่รวมไอซี) ปี 2559 เติบโตเพียงเล็กน้อยเทียบกับรายได้บริการสำหรับงวด 9 เดือนของปี 2559 ที่เพิ่มขึ้น 0.2% YoY และอัตราส่วน EBITDA มาร์จิ้นสำหรับปี 2559 ที่ 38-39% (ถึงแม้ว่าอัตราส่วน EBITDA มาร์จิ้นสำหรับงวด 9 เดือนของปี 2559 จะอยู่ที่ 41% ก็ตาม) เราคาดว่า EBITDA มาร์จิ้นในไตรมาส 4/59 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากการเริ่มบันทึกค่าใช้จ่ายโรมมิ่งคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิร์ซของทีโอที (975 ล้านบาท/ไตรมาส) ตั้งแต่ไตรมาส 4/59 เป็นต้นไป รวมถึงเงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ไอโฟนที่มากกว่าปกติในไตรมาส 4/59 ซึ่งน่าจะกลบผลกระทบของค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่ลดลงในช่วงของการไว้อาลัย


ถึงแม้ว่าบริษัทยังคงเป้างบลงทุนในรูปกระแสเงินสดไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาทในปี 2559 (เทียบกับ 3.7 หมื่นล้านบาทที่ใช้ไปในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559) ซึ่งจะเหลือเพียง 3 พันล้านบาทในไตรมาส 4/59 เราเชื่อว่างบลงทุน 3 พันล้านบาทในไตรมาส 4/59 ถือว่าต่ำเกินไปสำหรับในไตรมาสเดียว (ถ้าเปรียบเทียบกับที่ใช้ไป 1.2-1.3 หมื่นล้านบาทต่อไตรมาสในช่วงไตรมาส 2/59-3/59) เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิและกำไรหลักสำหรับปี 2559 ลงอีก 4% เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานไตรมาส 3/59 ที่อ่อนตัวลงกว่าคาด ผลขาดทุนจากธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์และภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นสำหรับในปี 2559 แต่ยังคงประมาณการกำไรหลักสำหรับปี 2560 ไว้เท่าเดิม

เงินอุดหนุนค่าเครื่องและการให้ส่วนลดค่าเครื่องยังจะมีอยู่ต่อเนื่องจนถึงปี 2560

เราเชื่อว่ามาร์จิ้นของธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์จะยังคงติดลบต่อไปในปี 2560 ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่การแข่งขันด้านแคมเปญการลดราคาเครื่องโทรศัพท์จากคู่แข่งยังคงรุนแรง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของการแจกเครื่องฟรีและการให้ส่วนลดค่าเครื่องปกติ ถึงแม้ว่าบริษัทจะกล่าวว่าไม่ได้รับผลกระทบจากการถูกระงับการขายซิมและบัตรเติมเงินของ ADVANC ผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเนื่องจากได้กระจายช่องทางการจัดจำหน่ายออกไปหลายช่องทาง เราคิดว่ายังคงต้องรอดูผลกระทบดังกล่าวที่จะมีต่อ ADVANC ในไตรมาส 4/59 ต่อไป ผลกระทบของการเป็นช่วงไฮซีซั่นสำหรับในเดือนต.ค.คาดว่าจะไม่แรงมากเหมือนอย่างเช่นในไตรมาสสี่ปีก่อนๆ หน้า เราคาดการณ์ในเบื้องต้นสำหรับกำไรหลักไตรมาส 4/59 ที่ 6 พันล้านบาท ลดลง 43% YoY และ 7% QoQ