กำไรดีงาม...จนน่ากราบ
เป็นไปตามที่เราคาด
KCE รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ที่ 786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% YoY แต่ลดลงเล็กน้อย 3% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (30 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายทางภาษีเกี่ยวกับเงินชดเชยค่าประกันของปีก่อนราว 22 ล้านบาท (เกิดครั้งเดียว) กำไรหลักจะอยู่ที่ 778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YoY และ 1% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักเป็นไปตามที่เราคาด
ประเด็นหลังผลประกอบการ
ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 6% YoY มาอยู่ที่ 3.52 พันล้านบาท (รายได้สกุลดอลล่าร์สหรัฐ เติบโต 8% YoY) หนุนโดยปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากโรงงานใหม่ที่เริ่มดำเนินการและอุปสงค์ของสินค้าที่ยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามรายได้ลดลงเล็กน้อย 2% QoQ จากผลของเงินบาทที่แข็งค่าและผลกระทบจากการขายฝากทำให้รับรู้รายได้ได้ช้าลง (ผลกระทบราว 5%) ตัวเลขที่น่าจะจับตาคืออัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% YoY และ 0.5% QoQ ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 36% จากประสิทธิภาพของโรงงานใหม่ที่โชว์ออกมาให้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่โดนผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท
แนวโน้ม
เรามีมุมมองต่อกำไรในไตรมาส 4/59 ว่าจะสามารถเติบโต YoY ได้อย่างดีจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพของโรงงานใหม่ที่ทำได้ดี รวมถึงอุปสงค์ใน PCB รถยนตร์ที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่คาดกำไรจะลดลงเล็กน้อย QoQ จากผลกระทบตามปัจจัยด้านฤดูกาล (แต่ผลกระทบจากการฝากขายจะเข้ามาช่วยหนุนยอดขายในไตรมาส 4/59 ทำให้ไตรมาส 4/59 จะเป็นไตรมาสที่ดีกว่าทุกๆปี เมื่อเทียบกับไตรมาส 3) เราประมาณการกำไรไตรมาส 4/59 เบื้องต้นที่ 764 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY แต่ลดลง 2% QoQ เราเชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นและยอดขายจะเติบโตได้ต่อเนื่องในปี 2560-2561 จากผลกระทบเชิงบวกเต็มปีของการขยายกำลังการผลิตเฟส 1-3 ของโรงงานใหม่
สิงที่เปลี่ยนแปลง
เราคงประมาณการกำไรปี 2559
คำแนะนำ
เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ KCE จากการเติบโตในอนาคตที่แข็งแกร่ง โดยคาดปี 2559 กำไรเติบโต 38% YoY และปี 2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ตอ่เนื่องอีก 27% YoY จำนวนชิ้นส่วนในรถยนตร์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในรถยนตร์และการขยายกำลังการผลิตจากโรงงานใหม่ จะทำให้ KCE ยืนอยู่ในตำแหน่งของผู้ชนะไปอีก 3-5 ปี บริษัทจะเริ่มดำเนินการลงเครื่องจักรสำหรับเฟส 3 เพิ่มเติมในปี 2560-2561 (ปี 2560 5 แสนตารางฟุตและปี 2561 3 แสนตารางฟุต) เพราะฉะนั้นอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อ และบริษัทจะไม่ต้องเผชิญปัญหาด้านกำลังการผลิตไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี เรามีโอกาสที่จะปรับประมาณการกำไรขึ้นอีกจากอัตรากำไรขั้นต้นหนุนโดยประสิทธิภาพของโรงานใหม่ที่ทำได้ดีกว่าคาด เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ







