ประเด็นสำคัญจาก “New CEO insight”
ประเด็นการลงทุน
เมื่อวานเราได้รับเกียรติจากผู้บริหารรระดับสูงของ BH ได้แก่ CEO ท่านใหม่ คือคุณ Ronald Lavater, คุณ Aneilo Sorrentino ดำรงตำแหน่ง Chief Strategy Officer และ คุณ Kenneth Love ตำแหน่ง Corporate Chief Financial Officer เพื่อพบกับนักลงทุนสถาบันในประเทศ โดยนักลงทุนต่างแสดงออกถึงมุมมองเชิงบวกต่อคุณ Ronald ซึงเป็น CEO ท่านใหม่ โดยดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 กย. ปี 2559 เนื่องจากท่านเก่าที่เกษียณอายุ โดยนักลงทุนต่างให้ความสนใจเกี่ยวกับแนวโน้มของบริษัท BH และกลยุทธ์ต่ออุปสงค์การแพทย์ในแถบประเทศตะวันออกกลางซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัท โดยข้อความสำคัญจากผู้บริหารระดับสูงนั้นเน้นย้ำถึงจุดยืนของการสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ในระยะยาว และมุ่งเน้น “การเป็นโรงพยาลระดับชั้นนำแบบแห่งเดียว” โดยเรามองว่าความเชื่อมั่นของตลาดต่อ CEO ท่านใหม่นี้จะทำให้ราคาหุ้นฟื้นตัวได้ไม่ยาก ทั้งนี้ประเด็นหลักๆ ในการประชุมมีดังนี้
ความเชี่ยวชาญของ CEO ท่านใหม่หนุนมุมมองเชิงบวกต่อ BH
คุณ Ronald Lavater ซึ่งเป็น CEO ท่านใหม่นี้มีทั้งการศึกษาที่สนับสนุนโดยตรงในการบริหารโรงพยาบาล (ปริญญาโทด้าน Healthcare Public Administration and Policy) กอปรกับที่สำคัญที่สุดคือมีประสบการณ์ทำงานด้านการบริหารระดับสูในโรงพยาบาลมาเป็นเวลานาน โดยคุณ Ronald มีประสบการณ์การดำรงตำแหน่ง CEO ของโรงพยาบาลที่ชื่อเสียงมาแล้วถึง 3 แห่ง นับแต่ปี 2548 เป็นต้นมา (ได้แก่ Al Noor Hospitals Group Plc ที่สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์, Corniche Hospital ที่สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ และ Palms West Hospital, ฟลอริด้า) โดยประสบการณ์อันเชี่ยวชาญถึง 8 ปีในการเป็น CEO ของโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ แถบตะวันออกกลางจะสามารถส่งเสริมโรงพยาบาล BH ให้สามารถผลักดันลูกค้าหลักอย่างตลาดตะวันออกกลางได้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น ทั้งนี้เรามองว่าด้วยทั้งประสบกาณ์ทำงานและความรู้ของผู้บริหาร CEO คนใหม่นี้ จะสามารถเติมเต็ม ทิศทางธุรกิจของ BH ให้สามารถดำเนินนโยบายการเติบโตแบบยั่งยั่นได้ในอนาคต
โอกาสทางการตลาดในแถบตะวันออกกลาง
แม้ว่าอุปสงค์จากแถบประเทศตะวันออกกลางชะลอตัวในระยะก่อนหน้านี้เนื่องจากการปรัดลดราคาน้ำมัน หากแต่ผู้บริหารเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างแต่อย่างใด โดย CEO ท่านใหม่เห็นโอกาสในการขยายขยายตลาดจากประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ที่อยู่ในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council) ยกตัวอย่างเช่นประเทศ ซาอุดีอาระเบีย และ คูเวตt โดยผู้บริหารมองว่าการพัฒนาทางการแพทย์ในแถบตะวันออกกลางนี้ค่อนข้างจำกัดในเรื่องการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งทำให้การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์สำหรับประเทศไทยมีความได้เปรียบกว่ามาก โดยผู้บริหารแนะว่าปัจจัยของความประสบความสำเร็จในการตลาดแถบตะวันออกกลางคือการสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของบริษัทในตลาดตะวันออกกลางเป็นสำคัญ
เพิ่มตลาดอาเซียน
BH ยังคงเน้นเพิ่มความหลากหลายและขยายตลาดเข้าสู่อาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเมียนมาร์และกัมพูชา ซึ่งแสดงถึงการเติบโตที่แข็งแรง โดยคลินิกแห่งใหม่ขนาด 450 ตารางเมตรในเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ โดยจะให้บริการทั้ง การรักษาพยาบาลเบื้องต้น ห้องปฏิบัติการ, การเอ็กซเรย์,การเอ็กซเรย์เต้านม และ อุลตราซาวด์ ซึ่งเริ่มดำเนินการในเดือน ก.ค. 59 และจะเพิ่มจำนวนผู้ป่วยนอกในประเทศเมียนมาร์ และเน้นส่งต่อผู้ป่วยที่เป็นผู้ป่วยเคสรุนแรงซึ่งเป้นผู้ป่วยในแก่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ในกรุงเทพ
สถานะทางการเงินแข็งแกร่ง
สถานะเงินสดสุทธิของ BH คาดว่ายังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องและได้เห็น ณ สินปี้ 2559 โดยแนวโน้มรายได้ทางการแพทย์นั้นเราคาดว่าจะเติบโตเป็นแบบปกติ หนุนจากความสามารถในการปรับราคาและความรุนแรงของโรคเป็นสำคัญในระยะสั้น-กลาง ทั้งนี้โอกาสที่ผลประกอบการของบริษัทจะเติบโตแบบมากกว่าปกติได้นั้นเรามองว่าบริษัทจำเป็นต้องมีการเพิ่มพื้นที่ให้บริการ ซึ่งหากเหตุปัจจัยและเวลาเหมาะสม BH ยังมีที่ดินรองรับการขยายพื้นที่ให้บริการที่บริเวณสุขุมวิทซอย 1 ซึ่งใกล้กับโรงพยาบาลในปัจจุบัน (ซึ่งสามารถพัฒนาเพื่อขยายพื้นที่ให้บริการได้เพิ่มเติมอีกได้มากสุดถึงประมาณ 26,000 ตารางเมตร) ทั้งนี้ผู้บริหารเน้นย้ำว่า BH ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องทางด้านเทคโนโลยีและทางด้านแพทย์เฉพาะทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการบิรการแบบสูงสุดเพื่อคงความเป็นโรงพยาบาลชั้นนำระดับชั้นนำในภูมิภาคต่อไปในอนาคต







