คาดรายงานกำไร 3Q59 เติบโต 11%YoY และเติบโต 32%QoQ
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- คาดกำไร 3Q59 อยู่ที่ราว 257 ล้านบาท +11%YoY และ+32%QoQ : คาดรายได้ก่อสร้างจะเติบโต 6%QoQ มาอยู่ที่ระดับ 1.86 พันล้านบาทเนื่องจากมีจำนวนวันทำงานมากกว่าในไตรมาส 2 และสามารถบริหารจัดการทีมงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวในระดับสูงที่ 17% เนื่องจากงานก่อสร้างตั้งแต่ต้นปีเป็นงานที่มีมาร์จินสูงเพราะรวมงานระบบ (ระบบน้ำ ไฟฟ้า และลิฟต์) เพิ่มขึ้น ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดว่าจะปรับตัวลงจากความสามารถในการควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้นทั้งวัตถุดิบและการบริหารทีมงานก่อสร้าง นอกจากนี้คาดว่ามีค่าโอนกลับหนี้สงสัยจะสูญอีกราว 30-40 ล้านบาทเข้ามาช่วยหนุนผลประกอบการเพิ่มเติม
- รายได้จากการให้บริการห้องพักเติบโตอย่างต่อเนื่อง : คาดรายได้จากการให้บริการห้องพักจะเติบโต 50%QoQ สู่ระดับ 120 ล้านบาทเนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากโครงการ The 8 Thonglor (SYNTEC เข้าลงทุน 60% ในช่วงเดือน พ.ค. 59) ราว 70 ล้านบาท ขณะที่คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวขึ้นราว 3-5% สู่ 30-33 % ตามสัดส่วนรายได้ของ The 8 Thonglor ที่มีพื้นที่ค้าปลีก 6 พันตร.ม.ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าธุรกิจให้บริการห้องพัก
- ปรับประมาณการกำไรปี 59 และ 60 เพิ่มขึ้น 33% และ 43% ตามลำดับ : ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรปี 59 เพิ่มขึ้นจาก 649 ล้านบาทสู่ 846 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 33% เนื่องจากมีมุมมองเชิงบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่มีการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญจากปี 58 ที่ 12-13% สู่ระดับ 17-18% ในปี 59-60 จากที่บริษัทรับงานระบบ (มีอัตรากำไรขั้นสูงกว่างานโยธา) เพิ่มขึ้นอีกทั้งสามารถบริหารทีมวิศวกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรปี 60 เพิ่มขึ้นจาก 567 ล้านบาทสู่ระดับ 812 เพิ่มขึ้นจากเดิม 43% แต่หดตัว 6% เมื่อเทียบกับปี 59 เพราะคาดว่าค่าโอนกลับค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจะไม่สูงเหมือนปี 59 ที่ 100-120 ล้านบาท
- ปรับเพิ่มคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสมใหม่ 5.10 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าด้วยวิธี PE ratio อิง Prospective PE ที่ 10 เท่าตามค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรม และคำนวณกำไรต่อหุ้นปี 60 ได้ 0.51 บาท ได้ราคาเหมาะสมใหม่เท่ากับ 5.10* บาทจากเดิม 4.09 บาท โดยราคาที่ประเมินได้สูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”






