วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดับบลิวเอชเอจ่อขึ้นเบอร์1กองทรัสต์ปี60

ดับบลิวเอชเอเร่งศึกษาแผนควบกองรีท-อสังหา หวังปีหน้าดันขึ้นเบอร์1กองรีทไทย ชี้หากสำเร็จเล็งควบกองรีท-อสังหาของเหมราชต่อส่วนการเพิ่มทุนของ

กองWHARTเชื่อจะทำให้ต่างชาติถือเพิ่มเป็น9%  ด้านกสิกรไทยชี้เทรนด์ระดมทุนปีหน้ายังดี สิ้นปีลุ้นมีดีลใหญ่

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่าในปี 2560 คาดว่าจะได้เห็นการควบรวมกองทุุนอสังหาริมทรัพย์(WHAPF)ที่มีมูลค่า 9,000 ล้านบาทและทรัสต์WHART มูลค่า13,000 ล้านบาท ทำให้มีมูลค่ากองทรัสต์เพิ่มเป็น21,000 ล้านบาทใหญ่ที่สุดในกองทรัสต์ของไทย และช่วยให้กองทุนยังเติบโตต่อได้ โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางที่จะไม่กระทบกับผู้ถือหน่วยทั้งสองกอง 

อย่างไรก็ตามในแต่ละปีบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มทุนกองWHARTปีละ 3-4 พันล้านบาทอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้ในปีหน้าขนาดสินทรัพย์รวม ของกองทรัสต์ WHART เพิ่มเป็น 1.7 หมื่นล้านบาท และปี 2561 จะมีมูลค่าเกิน 2หมื่นล้านบาท ส่วนการเพิ่มทุนครั้งที่2ของWHARTคาดว่าจะเสนอขายได้ปลายเดือนพ.ย.นี้ ราคาเสนอขาย 10 บาทต่อหน่วย  โดยนำทรัพย์สินมูลค่ารวมไม่เกิน 4,190 ล้านบาทเข้ามาเพิ่มทุนทำให้ขนาดสินทรัพย์รวมของกองทรัสต์ WHART เพิ่มเป็น 13,000 กว่าล้านบาท จากปัจจุบัน 9,000 ล้านบาท 

สำหรับยีลด์ของกองWHAPFปัจจุบันเกือบ7% ขณะที่กองWHARTอยู่ที่7.9%หากสามารถควบรวมกันได้ในสเต็ปต่อไปจะนำกองอสังหาและกองรีทของเหมราช(HPFและHREIT)ควบรวมกันด้วย ซึ่งการควบรวมกันจะช่วยให้บริษัทสามารถใช้โอกาสในการกู้เงินของกองอสังหามาสร้างยีลด์ให้สูงขึ้นได้

   ส่วนการระดมทุนในครั้งนี้ จะประกอบด้วย การเสนอขายหน่วยทรัสต์ให้กับผู้ถือหน่วยปัจจุบันของ WHART และนักลงทุนทั่วไป เป็นจำนวนไม่เกิน 3,162.90 ล้านบาท การกู้ยืมเงินระยะยาวจากสถาบันการเงินจำนวนไม่เกิน 1,300 ล้านบาท และเงินประกันค่าเช่าจำนวนไม่เกิน 55 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าระดมทุนทั้งสิ้นจำนวนไม่เกิน4,517.90 ล้านบาท  โดยในวันที่ 11 พ.ย. นี้ และวันที่ 14 พ.ย. นี้ จะมีการไปโรดโชว์ที่สิงคโปร์ ฮ่องกง ซึ่งจะทำให้สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติในกองทรัสต์ WHART จะเพิ่มเป็น 8-9% จากปัจจุบันที่อยู่ 3%  

          นายสิทธิไชย มหาคุณ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจวาณิชธนกิจ ธนาคาร กสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการระดมทุนในปี 2560 ยังคงต่อเนื่องจากปีนี้แม้บรรยากาศโดยรวมจะยังไม่เอื้อมากนัก แต่ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และหากรัฐมีการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในปีหน้าได้ตามแผนก็จะกระตุ้นให้เกิดความต้องการระดมทุนเช่นกัน 

ในขณะนี้การระดมทุนของลูกค้าธนาคารยังอาจเห็นสินเชื่อโครงการขนาดใหญ่ที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ และมีการปล่อยกู้ร่วมด้วย ขณะที่การควบรวมกิจการในปีหน้าเชื่อว่าจะยังมีให้เห็นแม้ขนาดจะไม่ใหญ่เท่าดีลของบีเจซีในปีนี้ ส่วนกองรีทเป็นการระดมทุนที่มีแนวโน้มที่ดีมากในปีนี้ธนาคารช่วยลูกค้าระดมทุนไปแล้ว20,000 ล้านบาท จาก 3 กองหลัก ทั้ง GVREIT TPRIMEREITและกอง WHARTแต่ในปีหน้าจะเห็นแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังตลาดให้การตอบรับที่ดีโดยมียอดจองซื้อในระดับสูง

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์จำกัด(LH Fund)เปิดเผยว่า ในวันที่ 10-22 พ.ย.นี้บริษัทจะเสนอขายกองทุนเปิด แอล เอช พร็อพเพอร์ตี้ พลัส A (LHPROP-A)  เน้นลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศไทย เอเชีย และออสเตรีย เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน  มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ไม่เกินปีละ 12 ครั้ง  มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก 5,000 บาท 

“บริษัทมีมุมมองบวกต่อการลงทุนใน Asian REITs เนื่องจากมีการกระจายตัวความเสี่ยงในหลายๆประเทศในเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น สิงค์โปร ฮ่องกง จีน รวมถึงออสเตรเลียที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น และได้รับประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและดอกเบี้ยต่ำ”