สถาบันวิจัยเครดิต สวิส เผยรายงาน “CS Gender 3000” ซึ่งเผยแพร่ทุก 2 ปี ยืนยันผลวิจัยก่อนหน้าที่ว่า องค์กรที่ผู้หญิงมีบทบาทในการตัดสินใจสูง
จะยิ่งได้รับผลตอบแทนของตลาดและผลกำไรสูงตามไปด้วย
รายงานฉบับนี้วิเคราะห์จากรายงานข้อมูล Credit Suisse Gender 3000 (CSG 3000) ซึ่งทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้จัดการระดับอาวุโสจำนวน 27,000 คนใน 3,000 บริษัท ที่นักวิเคราะห์ของเครดิต สวิส ได้รวบรวมข้อมูลมาจากทั่วโลก
จากข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูล CSG 3000 รายงานได้ศึกษาว่า ข้อมูลดังกล่าวแสดงความเชื่อมโยงระหว่างความหลากหลายทางเพศกับผลการดำเนินงานที่สูงขึ้นหรือไม่ โดยเน้นไปที่บริษัทที่มีผู้หญิงทำงานร่วมอยู่ในทีมผู้บริหารระดับสูง องค์กรการเงินระดับฐานราก และธุรกิจเงินร่วมลงทุน ในสัดส่วนที่มากกว่า 50% ขึ้นไป
ในแง่ของทีมบริหารที่มีความหลากหลายทางเพศ “ไทย” ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง แซงหน้า “สิงคโปร์” ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอันดับสามของภูมิภาคโดยมีจำนวนผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับอาวุโสคิดเป็น 27.8% เทียบกับปี 2557 ซึ่งอยู่ที่ 25.1% ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ซึ่งอยู่ที่ 25%
นอกจากนี้ รายงานยังเผยอัตราส่วนของผู้หญิงที่อยู่ในระดับคณะกรรมการบริหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 12.7% ในปี 2558 จาก 10.7% ในปี 2557
รายงาน CSG 3000 ฉบับล่าสุด เผยให้เห็นว่าในบริษัท 1,400 แห่งจาก 12 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ทีมผู้บริหารมีความหลากหลายทางเพศเพิ่มขึ้นมาก คิดเป็น 60% นับตั้งแต่ปี 2553 ถึง 2558 อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของผู้หญิงที่มีบทบาทในระดับคณะกรรมการบริหารในภูมิภาคเอเชียยังต่ำกว่า 10% ในช่วงปลายปี 2558
บริษัทที่คณะกรรมการบริหารมีความหลากหลายทางเพศสูง ยังคงได้รับผลตอบแทนของตลาดมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้อย่างต่อเนื่อง บริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจำนวน 265 บริษัท ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 10,000 ล้านบาท สามารถสร้างราคาหุ้นสูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ถึง 58% ในช่วงปี 2549 ถึง ก.ค.2559
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้บริหารสุงสุดระดับ CEO คิดเป็นสัดส่วน 4.6% ส่งผลให้เกิดความหลากหลายของบุคลากรทั้งในระดับสูงและระดับรองลงมา อย่างไรก็ตาม ทั้งตลาดเกิดใหม่และตลาดประเทศที่พัฒนาแล้วในเอเชีย กลับมีผู้หญิงอยู่ในตำแหน่ง CEO ลดลงในช่วงสองปีที่ผ่านมา เหลืออยู่ที่ประมาณ 1%
เป็นที่น่าสังเกตว่า ตำแหน่งด้านการเงินและการวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทในตลาดเกิดใหม่ของเอเชียมีความหลากหลายทางเพศสูง เมื่อเทียบกับผลการวิจัยปี 2557 ตำแหน่ง CFO ทั่วโลกคิดเป็นเพศหญิง 14.1% ทั้งนี้ตลาดเกิดใหม่ของเอเชียและจีนมีผู้หญิงที่อยู่ในตำแหน่งนี้เป็นอันดับต้นๆ โดยคิดเป็น 22%
ในตลาดเกิดใหม่ของเอเชีย ผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งผู้นำคิดเป็น 13.2% ซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่าในภูมิภาคอื่น ๆ คิดเป็น 17% เพิ่มขึ้นจาก 11.3% ในปี 2557
“ความหลากหลายทางเพศในระดับคณะกรรมการบริหารและทีมผู้บริหารระดับสูง สร้างผลดีต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นเป็นอย่างมาก” สเตฟาโน นาเทลล่า หัวหน้าฝ่ายวิจัยการตลาดระดับโลก กล่าว “ฝ่ายบริหารจะเป็นผู้บริหารจัดการบริษัท ขณะที่บอร์ดผู้บริหารจะคอยกำกับดูแลทีมบริหารอีกที เราต้องเน้นไปที่ฝ่ายบริหารจัดการ เพื่อเข้าใจอิทธิพลของความหลากหลายทางเพศอย่างรอบด้าน
จากข้อมูลพบว่าตำแหน่งคณะกรรมการบริหารทั่วโลกมีความหลากหลายทางเพศเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจาก 12.7% เมื่อปลายปี 2556 เป็น 14.7% ช่วงปลายปี 2558คิดเป็นอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้น 16% ในระหว่างสองปี ทั้งนี้ประเทศที่มีผู้หญิงในตำแหน่งคณะกรรมการบริหารมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ นอร์เวย์ 46.7% ฝรั่งเศส 34% สวีเดน 33.6% อิตาลี 30.8% และฟินแลนด์ 30.8% จากผลสำรวจ 12 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคพบว่า ออสเตรเลียมีผู้หญิงดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหาร 20.1%
อัตราส่วนเฉลี่ยทั่วโลกของผู้หญิงที่เป็นผู้บริหารระดับสูง (CEO และผู้บริหารที่ขึ้นตรงต่อ CEO) อยู่ที่ 13.8% เทียบกับปี 2557 ซึ่งอยู่ที่ 12.9% โดยทั่วโลกมีผู้หญิงอยู่ในตำแหน่ง CFO คิดเป็น 14.1% ซึ่งภูมิภาคเอเชียคิดเป็น 22% โดยกลุ่มธุรกิจแชร์เซอร์วิสเป็นกลุ่มที่มีการจ้างงานผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงมากที่สุด คิดเป็น 33% ของผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงโอกาสความก้าวหน้าสำหรับผู้หญิงด้านอาชีพในกลุ่มธุรกิจนี้
ส่วนผลการดำเนินงานของกลุ่มที่มีผู้บริหารหญิงมากกว่า 50% ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า ยิ่งมีผู้หญิงอยู่ในทีมผู้บริหารระดับสูงจำนวนมาก อัตราผลตอบแทนส่วนเกินที่ผู้ถือหุ้นได้รับก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วยตัวชี้วัดผลการดำเนินงานทางการเงินยังบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานในตลาดหุ้นที่สูงกว่าโดยอ้างอิงจากข้อมูลที่มีอยู่ ตั้งแต่ปี 2556 ถึงกลางปี 2559 ผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีผู้หญิงเป็นผู้บริหารระดับอาวุโส 25% มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) อยู่ที่ 2.8% บริษัทที่มีผู้หญิงเป็นผู้บริหารระดับอาวุโส 33% เติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 4.7%
ส่วนบริษัทที่มีผู้หญิงอยู่ในตำแหน่งนี้มากกว่า 50% ขึ้นไป เติบโตอยู่ที่ 10.3% เมื่อเทียบกับอัตราส่วนการลดลงรายปี 1% วัดจากดัชนี MSCI ACWI ในช่วงเวลาเดียวกัน
รายงานยังพบอีกว่า ตลาดแรงงานยินดีที่จะจ่ายมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น ระดับพรีเมี่ยมที่ 19% สำหรับ 50% ของบริษัทที่มีผู้บริหาร CEO เป็นผู้หญิง บริษัทเหล่านี้แสดงอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่เพิ่มสูงขึ้น 19% โดยเฉลี่ย และสูงขึ้น 9% ของการจ่ายเงินปันผล






