ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์เผยกำไรไตรมาส 3 อยู่ที่ 543 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 47% ส่งผลงวด 9เดือนเติบโตเฉียด 1,400 ล้านบาท หลังสินเชื่องวด9เดือนเติบโต47%
ตามการขยายสาขากว่า 2พันแห่ง ขณะที่หนี้สูญและสงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น76.67%
นางวนาพร พรกิตติพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) รายงานตลาดหลักทรัพย์ถึงผลประกอบการไตรมาส 3 ของปี 2559 ว่าในไตรมาสที่ผ่านมาบริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 543.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.86 ล้านบาท หรือ 47% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 369.81 ล้านบาท ทำให้งวด 9 เดือนแรกของปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,396 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 938 ล้านบาท
ทั้งนี้กำไรในไตรมาส 3 ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 410.56 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มี 993.75 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 41.31% มาอยู่ที่ 1,404.31 ล้านบาท ในไตรมาสนี้เป็นผลมาจากการปล่อยสินเชื่อผ่านสาขาของบริษัทที่เพิ่มขึ้นเป็น 2,027 สาขา ทำให้ลูกหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 18,687.86 ล้านบาท จาก 12,697.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 47.18%
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในไตรมาสนี้อยู่ที่ 590.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.13 ล้านบาทจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มี 435.16 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 35.65% ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
ทางด้านหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญในไตรมาสนี้อยู่ที่ 38.09ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.53 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 21.56 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 76.67% เนื่องจากลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น
สำหรับต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 96.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.23 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 76.33 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 26.50%
อย่างไรก็ตามหากพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยจ่ายแล้วจะพบว่าอัตราดอกเบี้ยจ่ายของไตรมาส 3 ปี 2559 อยู่ที่ 3.57% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 4.4% ลดลง 0.83%
ก่อนหน้านี้ฝ่ายวิจัยบล.กสิกรไทย คาดว่า บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3ที่ 478 ล้านบาท โตขึ้น 29.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อนและ 10% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ขณะเดียวกันก็คาดว่าอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยจะลดลงตามทิศทางของการแข่งขัน ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์คาดว่าจะดีขึ้น จากไตรมาสก่อนหน้าจากการตัดบัญชีสินเชื่อ และคาดว่าการตั้งสำรองจะเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อนเพื่อรองรับกับพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัวดีขึ้นและการตัดบัญชี








