วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พรีเชียส’ รับปีหน้าขาดทุนต่อเนื่อง

"พรีเชียส" คาดค่าระวางปี60 ใกล้เคียงปีนี้ ซึ่งยังต่ำกว่าจุดคุ้มทุนของบริษัทที่ราว 8,600 ดอลลาร์ต่อวันต่อลำ กดดันผลประกอบการไม่เติบโต

นายคาลิด มอยนูดดิน ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) PSL เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมเดินเรือในปี 2560 น่าจะใกล้เคียงกับปีนี้ ซึ่งค่าระวางเรือโดยเฉลี่ยยังคงต่ำกว่าจุดคุ้มทุนของบริษัทที่ราว 8,600 ดอลลาร์ต่อวันต่อลำ โดย ณ สิ้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ค่าระวางเรือเฉลี่ยของบริษัทในปีนี้อยู่ที่ 5,975 ดอลลาร์ต่อวันต่อลำ ส่วนปีหน้าคาดว่าค่าระวางเรือจะใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของปีนี้ทั้งปี

ทั้งนี้ ดัชนีค่าระวางในช่วงไตรมาส 4 ปี2559 ค่อนข้างทรงตัว ปัจจุบันอยู่ที่ราว 870 จุด

“ที่ผ่านมาแม้อุปสงค์จะฟื้นตัวกลับมาได้บ้าง แต่อุปทานส่วนเกินยังมีอยู่มาก ทำให้ค่าระวางยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก และภาวะดังกล่าวน่าจะคงอยู่ต่อไปถึงปีหน้า อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเริ่มเห็นอุปทานเรือลดลงอย่างจริงจัง หลังจากที่อนุสัญญาการจัดการน้ำถ่วงเรือ (Ballast Water Management Convention) จะเริ่มบังคับใช้ในเดือน ก.ย.2560”

อนุสัญญาดังกล่าวจะบังคับให้เรือทั้งหมดมีระบบการจัดการน้ำถ่วงเรือ ซึ่งทำให้แต่ละบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบนี้ให้กับเรือเก่า ซึ่งอาจจะไม่คุ้มต่อการลงทุน เพราะฉะนั้นเรือที่มีอายุมากกว่า 15 ปี อาจจะถูกปลดระวางมากขึ้น ทำให้อุปทานจะเริ่มเข้าสู่จุดสมดุลในปี 2561

ในส่วนของบริษัทมีการปรับปรุงประสิทธิภาพกองเรือมาต่อเนื่อง ทำให้อายุเฉลี่ยของกองเรือลดลงมาเหลือ 5.22 ปี จากประมาณ 10 ปี ในอดีต ขณะที่ปีหน้าคาดว่าค่าเฉลี่ยอายุกองเรือจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.31 ปี โดยปัจจุบันบริษัทมีเรือทั้งหมด 37 ลำ และในช่วงนี้จนถึงปีหน้าจะมีการขายเรือออกไปอีก 2 ลำ และรับเรือเข้ามาใหม่อีก 2 ลำ ทำให้มีโอกาสที่จะบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์หลังการขายเรือออกไปอีก

ขณะที่แผนการบริการสภาพคล่อง บริษัทยืนยันว่าจะไม่มีแผนการเพิ่มทุนในขณะนี้ เพราะปัจจุบันอัตราส่วนหนี้สินต่อหุ้น (D/E) ของบริษัทปัจจุบันอยุ่ที่ 1.25 เท่า ทำให้มีความสามารถในการกู้ยืมอีกพอสมควรจากเพดานที่สามารถขึ้นไปได้ถึง 2 เท่า และบริษัทยังมีอัตราส่วนสภาพคล่องราว 1.55 เท่า มีเงินสดในมือ 1,457 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้น PSL ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 6 บาท หลังจากลงไปแตะ 5.05 บาท เมื่อกลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา โดยในปี 2559 นี้ ราคาหุ้นเคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 7.75 บาท หลังจากไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 12 ปี ที่ 4.66 บาท เมื่อเดือน ก.พ. 2559 และเมื่อวันที่ 8พ.ย. ปิดการซื้อขายที่ 6.40 บาท