"พรีเชียส" คาดค่าระวางปี60 ใกล้เคียงปีนี้ ซึ่งยังต่ำกว่าจุดคุ้มทุนของบริษัทที่ราว 8,600 ดอลลาร์ต่อวันต่อลำ กดดันผลประกอบการไม่เติบโต
นายคาลิด มอยนูดดิน ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) PSL เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมเดินเรือในปี 2560 น่าจะใกล้เคียงกับปีนี้ ซึ่งค่าระวางเรือโดยเฉลี่ยยังคงต่ำกว่าจุดคุ้มทุนของบริษัทที่ราว 8,600 ดอลลาร์ต่อวันต่อลำ โดย ณ สิ้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ค่าระวางเรือเฉลี่ยของบริษัทในปีนี้อยู่ที่ 5,975 ดอลลาร์ต่อวันต่อลำ ส่วนปีหน้าคาดว่าค่าระวางเรือจะใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของปีนี้ทั้งปี
ทั้งนี้ ดัชนีค่าระวางในช่วงไตรมาส 4 ปี2559 ค่อนข้างทรงตัว ปัจจุบันอยู่ที่ราว 870 จุด
“ที่ผ่านมาแม้อุปสงค์จะฟื้นตัวกลับมาได้บ้าง แต่อุปทานส่วนเกินยังมีอยู่มาก ทำให้ค่าระวางยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก และภาวะดังกล่าวน่าจะคงอยู่ต่อไปถึงปีหน้า อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเริ่มเห็นอุปทานเรือลดลงอย่างจริงจัง หลังจากที่อนุสัญญาการจัดการน้ำถ่วงเรือ (Ballast Water Management Convention) จะเริ่มบังคับใช้ในเดือน ก.ย.2560”
อนุสัญญาดังกล่าวจะบังคับให้เรือทั้งหมดมีระบบการจัดการน้ำถ่วงเรือ ซึ่งทำให้แต่ละบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบนี้ให้กับเรือเก่า ซึ่งอาจจะไม่คุ้มต่อการลงทุน เพราะฉะนั้นเรือที่มีอายุมากกว่า 15 ปี อาจจะถูกปลดระวางมากขึ้น ทำให้อุปทานจะเริ่มเข้าสู่จุดสมดุลในปี 2561
ในส่วนของบริษัทมีการปรับปรุงประสิทธิภาพกองเรือมาต่อเนื่อง ทำให้อายุเฉลี่ยของกองเรือลดลงมาเหลือ 5.22 ปี จากประมาณ 10 ปี ในอดีต ขณะที่ปีหน้าคาดว่าค่าเฉลี่ยอายุกองเรือจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.31 ปี โดยปัจจุบันบริษัทมีเรือทั้งหมด 37 ลำ และในช่วงนี้จนถึงปีหน้าจะมีการขายเรือออกไปอีก 2 ลำ และรับเรือเข้ามาใหม่อีก 2 ลำ ทำให้มีโอกาสที่จะบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์หลังการขายเรือออกไปอีก
ขณะที่แผนการบริการสภาพคล่อง บริษัทยืนยันว่าจะไม่มีแผนการเพิ่มทุนในขณะนี้ เพราะปัจจุบันอัตราส่วนหนี้สินต่อหุ้น (D/E) ของบริษัทปัจจุบันอยุ่ที่ 1.25 เท่า ทำให้มีความสามารถในการกู้ยืมอีกพอสมควรจากเพดานที่สามารถขึ้นไปได้ถึง 2 เท่า และบริษัทยังมีอัตราส่วนสภาพคล่องราว 1.55 เท่า มีเงินสดในมือ 1,457 ล้านบาท
ทั้งนี้ ราคาหุ้น PSL ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 6 บาท หลังจากลงไปแตะ 5.05 บาท เมื่อกลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา โดยในปี 2559 นี้ ราคาหุ้นเคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 7.75 บาท หลังจากไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 12 ปี ที่ 4.66 บาท เมื่อเดือน ก.พ. 2559 และเมื่อวันที่ 8พ.ย. ปิดการซื้อขายที่ 6.40 บาท









