วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 7-11 พ.ย. 59

ราคาน้ำมันดิบผันผวนต่อเนื่อง หลังตลาดกังวลกับข้อตกลงของกลุ่มโอเปคที่เป็นไปได้ยากขึ้น

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 43 - 48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 44 - 49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (7 – 11 พ.ย. 59)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะผันผวนต่อเนื่อง หลังตลาดไม่มั่นใจกับท่าทีของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคเกี่ยวกับมาตรการลดกำลังการผลิต เนื่องจากไม่มีข้อสรุปออกมาจากการประชุมในวันที่ 28 – 29 ต.ค. และ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในเดือน ต.ค. ทำให้ข้อตกลงของกลุ่มโอเปคเป็นไปได้ยากขึ้น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ และปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- ตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงของกลุ่มโอเปคที่กำหนดเพดานการผลิตไว้ที่ 32.5 – 33.0 ล้านบาร์เรล เนื่องจากยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน หลังกลุ่มโอเปคไม่สามารถตกลงเกี่ยวกับรายละเอียดของมาตรการลดกำลังการผลิตในการประชุมวันที่ 28 – 29 ต.ค. ประกอบกับ อุปทานจากลิเบีย และ ไนจีเรียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศคลี่คลายลง นอกจากนี้ ประเทศนอกกลุ่มโอเปค เช่น บราซิล และ คาซัคสถานอาจมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยกลุ่มโอเปคจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 30 พ.ย. นี้

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคคาดการณ์โดยสำนักข่าว Reuters มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ มาสู่ระดับ 33.83 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ต.ค. จากระดับ 33.69 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. โดยเพิ่มขึ้นจากไนจีเรีย ลิเบีย และ อิรัก ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นรวมกันถึง 0.43 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลมากขึ้นว่าผู้ผลิตกลุ่มโอเปคจะไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจาลดกำลังการผลิต

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 28 ต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลง หลังอัตราการกลั่น (Refinery run rate) ขยับลดลงอีก 0.4% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี

- ปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ยังอยู่ในระดับสูง โดยปรับเพิ่มขึ้น 116 แท่น จากต้นเดือนมิ.ย. มาสู่ระดับ 441 แท่นในเดือนต.ค. เนื่องจากราคาน้ำมันดิบทรงตัวอยู่ในระดับ 45 – 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่นักวิเคราะห์คาดว่าการผลิตน้ำมันดิบจากหินดินดาน (Shale oil) ในหลายๆ แหล่งคุ้มทุน นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดกังวลกับภาวะอุปทานล้นตลาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกยูโรโซน ปริมาณการส่งออกจีน ดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภคจีน การลงทุนทางตรงจีน

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (31 ต.ค. – 4 พ.ย. 59)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 4.63 ดอลลาร์ ปิดที่ 44.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 4.13 ดอลลาร์ ปิดที่ 45.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 ต.ค. ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 14.4 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล โดยนับเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2525 หลังปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนต่อมาตรการลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตโอเปค หลังการประชุมในวันที่ 28 – 29 ต.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดของมาตรการลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปค ขณะที่ ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคที่เข้าร่วมทั้งสิ้น 6 ประเทศได้แก่ รัสเซีย,คาซัคสถาน, เม็กซิโก, โอมาน, อาเซอร์ไบจาน, บราซิล มีผู้ให้ความร่วมมือกับมาตรการดังกล่าวเพียงโอมานและอาเซอร์ไบจานเท่านั้น 


                                                            -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999