ซีพีเอ็น พลิกกลยุทธ์ "รายสัปดาห์" สอดรับสถานการณ์มุ่่งเน้น "ความพอดี" และ "ความเหมาะสม"
การทำตลาดแม้จะมี "สินค้าดี" หรือ "บริการเด่น" ใช่ว่าจะเพียงพอหรือการันตีได้ว่าจะมัดใจลูกค้าให้คงอยู่กับธุรกิจได้ตลอดไป หัวใจสำคัญคือการ "ปรับตัว" วางกลยุทธ์สอดรับสถานการณ์!!
ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เซ็นทรัล เฟสติวัล และเซ็นทรัลเวิลด์ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานในระยะสั้นนี้การปรับตัวของธุรกิจอยู่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ "สภาวะจิตใจของคนในประเทศ" ซึ่งขณะนี้ประชาชนชาวไทยมีจิตใจมุ่งมั่นต่อการแสดงความรักและถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวาระของประเทศที่ภาคธุรกิจใช้วิจารณญาณในการพัฒนากิจกรรมทางการตลาดบนความพอดีและเหมาะสม
ขณะที่ธุรกิจยังต้องเดินหน้าต่อไป ท่ามกลางเรื่องสำคัญของประเทศ ฉะนั้นจะ "บาลานซ์" ไปกับการทำธุรกิจอย่างไรให้เกิดความพอดี และสอดรับกับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่ไม่สามารถเรียกได้ว่า "ปกติ"
"ปี 2559-2560 เป็นปีที่ธุรกิจประเมินยาก การทำงานต้องมองกันเป็นรายสัปดาห์"
ซีพีเอ็น วางแนวทาง "การตลาดเหมาะสมธรรมเนียมปฎิบัติ" โดยตีโจทย์ "ความพอดีและเหมาะสม" คือ สิ่งที่ไม่ใช่ความบันเทิง แม้กระทั่งการ "ลดแลกแจกแถม" จะทำอย่างไรให้เหมาะสม การใช้ "สื่อหลัก" สร้างสีสัน ป่าวประกาศความน่าสนในของแคมเปญเช่นเคย ต้องปรับลดลงทั้งหมด โดยเฉพาะอีเวนท์ใหญ่ประจำปีที่เป็นซิกเนเจอร์อย่าง ลานเบียร์หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ถูกยกเลิกการจัดงาน รวมทั้งงาน "เคาท์ดาวน์" แบบเดิมที่เน้นแสง สี เสียง
"ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งเคาท์ดาวน์ประเทศไทยติดท็อปเทนเคาท์ดาวน์โลก อาจจะเชิญชวนชาวไทยมาร่วมจุดเทียนให้แสงเทียนสว่างไปทั่้วไทยเพื่อร่วมระลึกและอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช"
อย่างไรก็ดี ธีมงานหลักจากนี้และวางกรอบใช้ยาวต่อเนื่องปี 2560 ศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัลเน้นงานและกิจกรรม "เทิดพระเกียรติ" นำเสนอพระราชกรณียกิจ ปรัชญา คำสอน ขณะเดียวกันการส่งเสริมการขายเน้น สื่อ ณ จุดขาย สำหรับบรรยากาศการตกแต่งภายในและภายนอกศูนย์การค้าในแต่ละเทศกาลต้องปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน ไม่ฉูดฉาด แต่ต้องไม่เงียบจนเกินไป
การปรับตัวของธุรกิจ มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นแบรนด์ที่รักของผู้บริโภค... ซึ่งยุคสมัยนี้ต้องเป็นแบรนด์ที่คนรักหากทำอะไรที่ไม่รักคนก็จะไม่ซื้อของคุณ
ส่องเทรนด์ลูกค้า ยุค 'ประสบการณ์-เอ็นเตอร์เทนฯ'
พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการ 2 โมเดลสำคัญในการตอบสนองไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิต!! ได้แก่ ประสบการณ์ (Experience) และ ความบันเทิง (Entertainment)
คนรุ่นใหม่ยอม "จ่ายเงิน" เพื่อซื้อประสบการณ์ เป็นจุดสำคัญที่คนทำการตลาดต้องศึกษาว่าจะสามารถผูกประสบการณ์เข้ากับลูกค้าอย่างไรได้บ้าง ขณะที่ โมเดลด้าน "เอ็นเตอร์เทนเม้นท์" เป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานและมีความต้องการความบันเทิงในหลากหลายมิติ จะนำเสนออย่างไรให้สนุก เป็นมิตร
"ปัญหา คือ คนขี้เบื่อมากขึ้น เพราะเสพสื่อจำนวนมาก โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่มีอะไรใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวตลอดเวลาเช่นกัน บีโลว์เดอะไลน์ มีความสำคัญมาก เป็นเครื่องมือเชื่อมระหว่างลูกค้าและแบรนด์ให้มีความเคลื่อนไหวนำไปสู่การซื้อขาย"
ประสบการณ์ร่วมระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ยังนำมาซึ่ง "บิ๊กดาต้า" โครงข่ายและฐานข้อมูลมหาศาลในอนาคต ผู้ประกอบการจะต้องมีเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในการฟังเสียง และวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าแต่ละราย เพื่อสร้างสินค้า ประเภท "เทลเลอร์เมด" หรือ วันทูวันมารเก็ตติ้ง เพิ่มศักยภาพของการสร้างยอดขาย








