ขาดทุนพิเศษกดดันผลประกอบการไตรมาส 3/59 คาดการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสถัดไป
ต่ำกว่าคาด
PSL รายงานขาดทุนสุทธิไตรมาส 3/59 ที่ 860 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น YoY และ QoQ หากไม่รวมการขาดทุนจากการขายเรือที่ 324 ล้านบาท, การขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ 291 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 ล้านบาท ขาดทุนหลักไตรมาส 3/59 จะอยู่ที่ 245 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น YoY แต่ขาดทุนน้อยลง QoQ ในขณะที่การดำเนินงานหลักปรับตัวดีขึ้น QoQ สอดคล้องกับประมาณการของเรา ขาดทุนสุทธิมากกว่าที่เราคาดจากการขาดทุนพิเศษ
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นมาจากการรับรู้ขาดทุนพิเศษที่สูงขึ้น PSL บันทึกขาดทุนจากการขายเรือจำนวน 6 ลำ ที่ 324 ล้านบาทและขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ 291 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าจะขายเรือเพิ่มเติมอีก 2 ลำในไตรมาส4/59 – ปี 2560 ในแง่ของการดำเนินการ ขาดทุนหลักเพิ่มขึ้น YoY เนื่องมาจากสาเหตุดังนี้ 1) อัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยที่ต่ำลง (ลดลง 4% YoY มาอยู่ที่ 6,955เหรียญสหรัฐ/วัน/ลำ) และ 2) จำนวนเรือที่ใช้ในการดำเนินงานลดลง (ลดลงมาอยู่ที่ 39 ลำ จาก 45 ลำในไตรมาส 3/58) และ 3) ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น ในขณะที่ขาดทุนหลักน้อยลง QoQ เนื่องจาก 1) อัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 11% QoQ) และ 2) ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือที่ต่ำลง (ลดลง 2% QoQ มาอยู่ที่ 4,455 เหรียญสหรัฐ/วัน/ลำ)
แนวโน้ม
ค่าระวางเรือเฉลี่ยตั้งแต่ต้นไตรมาส 4/59 จนถึงปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้น 35% YoY และ 18% QoQ มาอยู่ที่ 866 จุด หนุนโดยดัชนี Capesize (เพิ่มขึ้น 69% YoY และ 51% QoQ) ตามาด้วยดัชนี Handysize (เพิ่มขึ้น 31% YoY และ 5% QoQ) และดัชนี Supramax (เพิ่มขึ้น 25% YoY และ 3% QoQ) ปัจจัยหลักที่หนุนค่าระวางเรือ ได้แก่ อุปสงค์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวงกว้าง, อุปสงค์การขนส่งด้วยเรือเทกองในช่วงไฮซีซั่นจากฤดูกาลซื้อขายผลิตผลทางการเกษตรของอเมริกาเหนือ,การนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศจีนและอุปสงค์การใช้ถ่านหินในช่วงฤดูหนาว อย่างไรก็ตามอัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยของเรือ Supramax และ Handysize เฉลี่ยตั้งแต่ต้นไตรมาส 4/59 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 7,300 เหรียญสหรัฐ/วัน/ลำ และ 6,000 เหรียญสหรัฐ/วัน/ลำตามลำดับ ยังคงต่ำกว่าจุดคุ้มทุนของบริษัทที่ระดับ 8,600 เหรียญสหรัฐ/วัน/ลำ ดังนั้นเราจึงคาดว่าผลการดำเนินการหลักของ PSL ในไตรมาส 4/59 จะยังคงขาดทุนแต่จะปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราปรับประมาณการขาดทุนหลักปี 2559 มาอยู่ที่ 1,340 ล้านบาท (จาก 1,774 ล้านบาท) เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราค่าระวางเรือเฉลี่ย 11% มาอยู่ที่ 6,253 เหรียญสหรัฐ/วัน/ลำ เราปรับประมาณการขาดทุนสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,764 ล้านบาท จาก 2,585 ล้านบาท เพื่อสะท้อนขาดทุนพิเศษที่บันทึกในไตรมาส 3/59 ดังนั้นเราปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ลงมาอยู่ที่ 8.20 บาท (จาก 8.30 บาท) อ้างอิงที่ระดับ PBV ที่ 1 เท่า (ซึ่งเป็นระดับที่หุ้นซื้อขายกันในช่วงที่อุตสาหกรรมเดินเรือเริ่มปรับตัวดีขึ้น)
คำแนะนำ
ในมุมมองของเราราคาหุ้นในปัจจุบันซึ่งซื้อขายที่ระดับ PBV ณ สิ้นปี 2560 ที่ 0.7 เท่า ซึ่งต่ำว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.2 เท่าและใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยภูมิภาคได้สะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่อ่อนตัวแล้ว ความคาดหวังของผลการดำเนินงานหลักที่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4/59 ซึ่งได้แรงหนุนจากอุปสงค์การขนส่งด้วยเรือเทกองในช่วงไฮซีซั่นและแนวโน้มตลาดเรือเทกองที่ปรับตัวดีขึ้นในปีหน้าน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นต่อไปได้ ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”









