วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

MCOT - ซื้อเก็งกำไร

ยังคงต้องดิ้นรนต่อไป

ประเด็นการลงทุน

อ้างอิงจากปัจจัยพื้นฐาน เรายังคงไม่เห็นการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานของ MCOT ในช่วงไตรมาส 3/59 นอกจากนี้ภาวะอุตสาหกรรมเม็ดเงินโฆษณารวมถึงแนวโน้มของผลการดำเนินงานในช่วงของการไว้อาลัย และช่วงโลว์ซีซั่นมีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวลงในช่วงไตรมาส 4/59-1/60 เรตติ้งของช่องเอชดีของ MCOT ที่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องเนื่องจากคอนเทนต์ที่ยังคงอ่อนแอถือได้ว่าเป็นปัจจัยคุมคามและส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของธุรกิจทีวีในระยะยาวของ MCOT ท่ามกลางภาวะการแข่งขันของเม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิตอลที่ยังคงรุนแรง ดังนั้น คำแนะนำของเราสำหรับการ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้น MCOT จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอลงของหุ้น MCOT แต่อย่างใด แต่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องการคาดการณ์ว่า MCOT จะได้รับเงินชดเชยจากกสทช.สำหรับการคืนคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซบางส่วนที่ไม่ได้ใช้งานกลับไปยังกสทช.สำหรับการเปิดประมูลใหม่ 

ส่องกล้องไตรมาส 3/59 — พลิกกลับมาเป็นขาดทุนหลัก YoY

เราคาดผลขาดทุนสุทธิไตรมาส 3/59 ที่ 124 ล้านบาท พลิกกลับจากกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 63 ล้านบาทและขาดทุนเพิ่มขึ้น 93% QoQ หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชีของค่าใบอนุญาตทีวีดิจิตอลในไตรมาส 3/59 จำนวน 6 ล้านบาท เราคาดผลขาดทุนหลักที่ 118 ล้านบาท เทียบกับกำไรหลักที่ 7 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 และขาดทุนเพิ่มขึ้น 102% QoQ ผลการดำเนินงานหลักที่แย่ลงมาจากรายได้โฆษณาที่ลดลง (เนื่องจากช่วงโลว์ซีซั่น การบริโภคในประเทศที่ยังคงอ่อนตัว และการแข่งขันแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิตอลที่ยังคงรุนแรง) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น (ต้นทุนการผลิต ต้นทุนรายการและคอนเทนต์กีฬา ได้แก่ โอลิมปิกส์และฟุตบอลอังกฤษลีกใหม่) รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น (ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับรายได้ค่าเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมเคยูแบนด์ของจีเอ็มเอ็มบีที่ค้างชำระ)

ต้นทุนการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิกส์จะกระจายไปยัง 5 ช่อง (ได้แก่ 3, 5, 7, 9 และ 11) การขายเวลาโฆษณาสำหรับกีฬาโอลิมปิกส์เป็นเรื่องที่ยากมากเนื่องจากการถ่ายทอดสดอยู่ในช่วงเวลาดึก ส่งผลให้มีผลขาดทุนสุทธิจากกีฬาโอลิมปิกส์ในไตรมาส 3/59 รายได้รวมมีแนวโน้มลดลง 14% YoY (แต่เพิ่มขึ้น 6% QoQ) หนุนโดยรายได้ทีวี (ลดลง 24% YoY แต่เพิ่มขึ้น 19% QoQ) และรายได้วิทยุ (ลดง 8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 5% QoQ) รายได้จากสื่อใหม่มีแนวโน้มลดลง 35% YoY และ 36% QoQ เนื่องจากการยกเลิกการเช่าช่องสัญญาณเคยูแบนด์ของจีเอ็มเอ็มบีตั้งแต่เดือนก.ค.เป็นต้นมา เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 8.9% ในไตรมาส 3/59 (24.3% ในไตรมาส 3/58 และ 10% ในไตรมาส 2/59)

ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/59 อ่อนตัวต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 1/60

เรตติ้งเฉลี่ย (อายุ 4 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ) ของช่องเอชดีของ MCOT ลดลงอีกครั้ง 8% MoM มาอยู่ที่ 0.195 ในขณะที่เรตติ้งเฉลี่ยของช่องแฟมิลี่เพิ่มขึ้น 7% MoM มาอยู่ที่ 0.03 ในเดือนก.ย. ทั้งนี้ยังคงไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนของการปรับตัวเพิ่มขึ้นของเรตติ้งช่องเอชดี เราคาดว่ารายได้และผลการดำเนินงานจะยังคงอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4/59 ไปจนถึงไตรมาส 1/60 ในช่วงของการไว้อาลัยและเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ทั้งนี้เรา

ไม่คาดว่าไตรมาส 4/59 จะเป็นช่วงไฮซีซั่น และคาดผลขาดทุนสุทธิที่ 150 ล้านบาทในไตรมาส 4/59 ขาดทุนเพิ่มขึ้น 196% YoY และ 21% QoQ คาดว่าจะยังคงไม่เห็นสัญญาณของการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานไปอีกอย่างน้อยสองไตรมาสข้างหน้า

ร่างพรบ.กสทช.ฉบับใหม่ยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาของสนช.

ร่างพรบ.กสทช.ฉบับใหม่ยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาของสนช. และหลังจากนั้นร่างพรบ.กสทช.ฉบับที่แก้ไขแล้วจะถูกส่งไปให้สมาชิกสนช.เพื่อทำการลงคะแนน กฏหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเร็วที่สุดคือ ปลายปี 2559 ซึ่งจะต้องประกาศเป็นกฎหมายก่อนพรบ.กสทช.ฉบับใหม่ เนื่องจากกฏหมายรัฐธรรมนูญจะมือำนาจครอบคลุมและอยู่เหนือพรบ.กสทช.ฉบับใหม่ และด้วยเหตุผลดังกล่าว เราจึงคาดว่าร่างพรบ.กสทช.ใหม่จะประกาศเป็นกฎหมายอย่างเร็วสุดภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 เรายังคงใช้สมมติฐานว่าร่างพรบ.ฉบับใหม่จะอนุญาตให้กสทช.สามารถทำการจ่ายเงินค่าชดเชยคืนให้กับหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่ทำการคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้งานกลับไปยังกสทช.เพื่อทำการเปิดประมูลคลื่นความถี่ใหม่ (ถึงแม้ว่าจะมีมุมมองที่ขัดแย้งจากสมาชิกกสทช.บางราย และนักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยกับการจ่ายเงินค่าชดเชยของกสทช.ในครั้งนี้)