เลือกเก็งกำไรในหุ้นมีพื้นฐาน “เท่านั้น” เน้นหุ้นที่มีผลกำไรแน่นอน ปัจจัยการเติบโตชัดเจน
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อง
เราคาดตลาดมีโอกาสแกว่งตัวเชิงลบ สะท้อนความไม่แน่นอนของตลาดเงินตลาดทุนที่เพิ่มขึ้นอีกเรื่อง จากกรณีศาลสูงสหราชอาณาจักรวินิจฉัยว่า กระบวนการออกจากสหภาพยุโรป (EU) ต้องได้รับการรับรองจากรัฐสภา ส่งผลให้ค่าเงินปอนด์ผัวผวนแข็งค่าขึ้นทันที 1.28% ทั้งนี้เรามีมุมมองเป็นกลาง ไม่ว่าจะออกหรือไม่ออก แต่สิ่งที่ตลาดต้องการคือความชัดเจน สำหรับการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผลความนิยมล่าสุด คลินตันมีคะแนนนิยมนำทรัมป์เพียง 1.3% จากสองวันก่อนหน้าที่ 1.7% และ 2.2% ตามลำดับ แต่ยังเชื่อตลาดไม่ลงแรงเนื่องจากความไม่แน่นอนทั้งหลาย ชะลอการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ และการไหลกลับของเงินทุน
ความไม่ชัดเจน Brexit เพิ่มความผันผวนให้ตลาด: การทำประชามติที่ผ่านมาเป็นเพียงการให้คำแนะนำ (Advisory referendum) แต่ไม่ได้มีผลผูกพันทางกฎหมาย (no legally binding) ขณะที่กระบวนการออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป มาตรา 50 ตามสนธิสัญญาลิสบอน (Article 50, Lisbon Treaty) รัฐบาลสหราชอาณาจักรไม่สามารถดำเนินการได้เอง แต่ต้องให้รัฐสภามีมติให้ดำเนินการ ซึ่งหากย้อนกลับไปดูการประกาศจุดยืนของสมาชิกรัฐสภาก่อนการลงประชามติ จะพบว่ามีผู้สนับสนุนการออกจากอียู (Brexiteers) เพียง 158 คน แต่สนับสนุนให้อยู่ต่อในอียู (Remainers) ถึง 506 คน จึงเกิดเป็นเงื่อนตายที่กดดันรัฐบาล เนื่องจากไม่ต้องการจะฝืนความต้องการประชาชน แต่ก็ไม่อยากลงมติที่สวนกับจุดยืนที่เคยแสดง รัฐบาลอุทธรณ์ได้
ด้านปัจจัยในประเทศ: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต.ค. ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน อยู่ที่ 73.1 เนื่องจากราคาข้าวลดลงแรง / กสท.อนุมัติออกอากาศเนื้อหารายการวิทยุทีวี-โฆษณา กลับสู่ปกติวันที่ 19 พ.ย. แต่รายการที่มีเรตติ้ง “ฉ” (รายการที่ไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน) สามารถออกอากาศได้หลัง 21 ม.ค.เป็นต้นไป ส่งผลดีทางจิตวิทยาต่อการเก็งกำไรหุ้นที่คาดงบไตรมาส 3/59 แข็งแกร่ง อย่าง WORK MONO (หากเก็งกำไร ไม่ควรเกินประกาศผลประกอบการ เนื่องจากผลกระทบต่อกำไรไตรมาส 4/59 ยังยากที่จะประเมิน)
แนวรับ/แนวต้าน : 1485-1492 /1500 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
คำแนะนำทางกลยุทธ์ : เลือกเก็งกำไรในหุ้นมีพื้นฐาน “เท่านั้น” เน้นหุ้นที่มีผลกำไรแน่นอน ปัจจัยการเติบโตชัดเจน และมีผลการดำเนินงานในช่วงปลายปีที่ดี ทยอยสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น ทางพื้นฐานยังขอเลี่ยงหุ้นกลุ่มบันเทิงเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการหากเก็งกำไรข่าวกลับมาออกอากาศปกติหลัง 30 วัน ควรเก็งถึงแค่ประกาศผลประกอบการเท่านั้น // หุ้น top pick เชิงกลยุทธ์ TU, ACAP*, EASTW*
ประเด็นเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์
- กฟภ.พัฒนาระบบสายส่ง-จำหน่ายไฟฟ้า: DEMCO GUNKUL
- รถไฟรางคู่: CK STEC SEAFCO PYLON
- หุ้นได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น (เงินเฟ้อ): BLA*, TIP*, EASTW*
- หุ้นที่ได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลปลายปี: TU, ROBINS, BCP, AP, BDMS, BH, BCH, DCC
หุ้นแนะนำ
TU (24.50) : กำไรปี 2560 เติบโต 16.6% สูงสุดในกลุ่มอาหาร ได้ปรับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน และการเติบโตมีโอกาสดีกว่าคาดจากการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในอนาคต สำหรับดีลล่าสุด Red Lobster ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาดบริษัทสามารถพลิกให้ธุรกิจกลับมากำไรได้ในปี 2560
ACAP* (14) : มีรายได้หลักจากการปล่อยกู้ (ขายฝาก) ทั้งนี้พอร์ตสินเชื่อเติบโตเกินเป้าหมาย 2 พันล้านบาท สู่ 3 พันล้านบาท และคาด 3.5 พันล้านบาท ณ สิ้นปี ทำให้คาดกำไรยังเดินหน้าเป็นขาขึ้นทุกไตรมาส
EASTW* (13) : หุ้นสาธารณูปโภคที่มีกำไรมั่นคง ซื้อขายที่ PER 14x และให้ปันผล 4% ขระที่คาดกำไร 2560 เติบโตจากการปรับเพิ่มค่าน้ำตามเงินเฟ้อหลังไม่ได้ขึ้นมา 2 ปี
(* หุ้นที่ไม่อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH/หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ผู้ลงทุนควรพิจารณาจุดตัดขาดทุน ราว 3-5%)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- หอการค้าไทยเผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค. ลดลงทุกรายการครั้งแรกรอบ 4 เดือน หลังราคาสินค้าเกษตรตกต่ำโดยเฉพาะราคาข้าว ฉุดกำลังซื้อลดลงทั้งประเทศ แถมคนยังกังวลค่าครองชีพสูง รายได้ไม่สอดคล้องรายจ่าย เศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้าแค่คาดการณ์การบริโคภฟื้นแน่ไตรมาส 1 ปีหน้า (ไทยโพสต์)
+ ททท.ดึงผู้จัดการผลิตภัณฑ์ทัวร์จีน 106 ราย บินร่วมเปิดโต๊ะเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวไทย หวังงัดตลาดคุณภาพถ่วงดุลทัวร์ศูนย์เหรียญ “ธนะศักดิ์” มั่นใจปีนี้นักท่องเที่ยวจีนเดินทาง 9.1 ล้านคน ยอมรับมีผลกระทบขาดทุนกำไร เร่งผู้ประกอบการปรับตัวหันกระตุ้นตลาดอินเดีย-อาเซียนชดเชย ขณะเอกชนหวั่นทัวร์ลักลอบทำศูนย์เหรียญ ป่วนไฮซีซัน (กรุงเทพธุรกิจ)
+ บอร์ด ธ.ก.ส.อนุมัติงบกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท ปล่อยสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกหอมมะลิ พร้อมโอนเงินให้ภายใน 3 วันหลังตรวจสอบข้าว เตรียมแผนทำข้าวถุงขายหากชาวนาไม่ไถ่ถอน พร้อมดึง สมาคมธนาคารไทยระดมเงินกู้ 8 หมื่นล้านปล่อยโรงสี-ผู้ส่งออกซื้อข้าวเพิ่ม (คมชัดลึก)
+ นายกฤตย์ พัตรปาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ ผู้จัดงานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 41 เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวต่างจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้า เช่น จอง 1 ห้องพักฟรี 1 ห้องพัก ซื้อ 5 แถม 1 หรือลดสูงสุด 50% จากราคาปกติ รวมถึงแคมเปญรวมที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก ในราคาเดียว เป็นต้น อีกทั้งสินค้าไอทีโหมโปรโมชั่นหั่นราคา เร่งกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปี (โพสต์ทูเดย์)
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี S&P 500 ปิดลบเป็นวันที่ 8 ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินปี 2008 ขณะที่นักลงทุนเผชิญกับความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 28.97 จุดหรือ 0.16% สู่ 17,930.67, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 9.28 จุดหรือ 0.44% สู่ 2,088.66 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 47.16 จุดหรือ 0.92% สู่ 5,058.41 (รอยเตอร์)
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 1.5 %ในวันพฤหัสบดี ในขณะที่ราคาน้ำมันยังคงได้รับผลกระทบจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่พุ่งขึ้นครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ และนักลงทุนยังคงไม่มั่นใจว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะสามารถดำเนินมาตรการจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมันได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนธ.ค.ดิ่งลง 68 เซนต์ หรือ 1.5 % มาปิดตลาดที่ 44.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 44.37-45.90 ดอลลาร์ (รอยเตอร์)
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี หลังจากรัฐบาลอังกฤษพ่ายแพ้คดีในศาลในเรื่องวิธีการเริ่มต้นกระบวนการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ตัดสินใจไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 54.91 จุด หรือ 0.8 % สู่ 6,790.51 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,790.51-6,873.21 (รอยเตอร์)









