วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CHG - ซื้อ

อัตรากำไรฟื้นตัวคือจุดพลิกกลับของความมั่นใจ

ประเด็นการลงทุน

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้จัดให้ผู้บริหาร CHG พบปะนักลงทุนในประเทศ ด้วยการนี้ทำให้เรามีความเชื่อมั่นว่าอัตรากำไรสุทธิจะสามารถพลิกฟื้นได้อย่างเรวดเร็วสมดัที่เราคาดการณ์ได้ในไตรมาส 3/59 นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดจะกลับมามีความเชื่อมั่นในหุ้น CHG ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้การขายพื้นที่ให้บริการในปี 2559 จะเริ่มออกดอกออกผลต่อผลประกอบการของบริษัทในปี 2560 ทั้งนี้ด้วยแนวโน้มอัตรากำไรที่ฟื้นตัวเรามองว่าจะส่งผลให้ระดับมูลค่าหุ้นปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจุบันที่ซื้อขายกันที่ PER ปี 2560 อยู่ที่ 41.7 เท่า ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดที่ 53.6 เท่า ในเดือนมิ.ย. 2559 ที่ผานมามากเกินไป ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำที่ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2560 ที่คำนวณด้วยคิดลดเงินสด ที่ 3.30 บาทต่อหุ้น อ้างอิงค่า WACC ที่ 8.1% และ terminal growth rate ที่ 1.0%

มั่นใจกำไรครึ่งหลังปี 2559 ฟื้นตัว

ค่าบุคลากรทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับส่วนต่อขยายของโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์, โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 และโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 บางปะกง ได้ถูกบันทึกไปแล้วในช่วงโลว์ซีซั่นในไตรมาส 2/59 โดยจำนวนเตียงที่เพิ่มขึ้นกว่า 142 เตียงจะทำให้สามารถรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น 31% และทำให้อัตรากำไรในไตรมาส 3/59-4/59 ดีกว่าฐานที่ค่อนค้างต่ำในไตรมาส 2/59 ที่ 13.2% (ต่ำสุดตั้งแต่ IPO ในปี 2556) ทั้งนี้รายได้กลุ่มการแพทย์คาดว่าจะโตแรง 18% YoY ในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 นอกจากนี้ จากการฟื้นตัวของอัตรากำไรเราคาดกำไรสุทธิจะเติบโตแข็งแกร่ง 16% QoQ และ 12% HoH หลังจากกำไรทรงตัวในครึ่งแรกของปี 2559 ทั้งนี้ ในไตรมาส 3/59 เราคาดว่ากำไรสุทธิจะโตแข็งแกร่งที่ 24% YoY และ 29% QoQ และจะดีต่อเนื่องในไตรมาส 4/59 เนื่องจากจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากจำนวนเตียงที่เพิ่มขึ้นได้

การลงทุนในปีนี้จะออกผลปีหน้า

ปี 2560 จะเป็นปีแรกที่ CHG จะได้เก็บเกี่ยวดอกผลจากการลงทุนขยายจำนวนเตียงของผู้ป่วยเงินสดถึง 31% ในปี 2559 โดย CHG จะสามารถรองรับสัดส่วนรายได้ของผู้ป่วยเงินสดที่มีอัตรากำไรสูงกว่าจากเดิม 53% เพิ่มขึ้นเป็น 60% ในปี 2560 ในส่วนของกำไรสุทธิ เราคาดว่าจะโต 8% ปีนี้ และ 24% ในปีหน้า หนุนโดยการเติบโตแรงของรายได้ที่ 18% และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น 80bps มาอยู่ที่ 16.3% ทั้งนี้อัตรากำไรในปี 2560 ยังไม่น่ากังวลแม้โรงพยาบาลชลเวชจะมีแผนการขยายพื้นที่ เนื่องจากโรงพยาบาลมีการขยายพื้นที่การบริการเพียงแค่ 8% ของพื้นที่ให้บริการรวมทั้งหมดของ CHG เท่านั้น

แนวโน้มการเติบโตยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง

เป้าการเติบโตของรายได้ทางกลุ่มการแพทย์ของ CHG คาดว่าจะแข็งแกร่งถึง 15-20% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า หนุนโดยแผนการขยายเป้ามหายจำนวนเตียงผู้ป่วยใน 50- 100 เตียงต่อปีในระหว่างปี 2560-2562 โดยจะมุ่งเน้นไปยังความต้องการทางการแพทย์ในภาคตะวันออกของประเทศไทย CHG มี 2 โครงการ การขยายพื้นที่การให้บริการเดิม ได้แก่ โรงพยาบาลชลเวช (เพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยในจาก 11 เตียง เป็น 59 เตียงในปี 2560), และ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ระยอง (กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อเพิ่มการรองรับจำนวนผู้ป่วยในจาก 50 เตียง เป็น 100 เตียง) และโครงการโรงพยาบาลสร้างใหม่อีก 2 แห่ง และที่ล่าสุดคือโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 อินเตอร์ (จำนวนเตียง 100 เตียง คาดว่าจะเปิดในปี 2561) และโรงพยาบาลรวมแพทย์ ฉะเชิงเทรา (ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุน 65% โดยมีจำนวนเตียง 100 เตียง ในปี 2562)

สถานะทางการเงินแข็งแกร่ง

งบดุลที่แข็งแกร่งในปี 2559 จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เป็นบวก จะเป็นปัจจัยสนับสนุนอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูง และจากอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 74% ในปี 2560 หรือคิดเป็นเงินปันผล 0.048 บาท/หุ้น (3 ครั้งต่อปี) หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน 1.8% ถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มการแพทย์ ทั้งนี้ด้วยงบดุลที่แข็งแกร่งและการเติบโตของกำไรระยะยาว จะหนุนให้ CHG มองหาโอกาสใหม่ที่จะเข้าลงทุนและเข้าซื้อใหม่ในอนาคต อย่างไรก็ตามเรายังไม่ได้คิดส่วนนี้เข้าไปในการประมาณการของเราและของตลาด