วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดหุ้นไทย "ซึม" ปัจจัยนอก"กดดัน"​

ปัจจัยต่างประเทศ "กดดัน" หุ้นไทย ระบุเลือกตั้งสหรัฐเริ่มพลิกโผ อาจส่งผลนักลงทุนต่างประเทศแนะสถาบันขายหุ้น พร้อมแนะชะลอการลงทุน

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยว่า ผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FOMC คณะกรรมการตัดสินใจคงดอกเบี้ยไว้ โดยมีการระบุว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยซึ่งตลาดตีความว่า น่าจะปรับขึ้นเดือน ธ.ค. หลังทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค.

อย่างไรก็ตาม ผลประชุมของเฟดนั้นกลับกลายเป็นปัจจัยรองไปเลย อาจเป็นเพราะตลาดคาดอยู่แล้ว แต่เรื่องที่ใหญ่กว่า และมีผลต่อตลาดในคืนที่ผ่านมา คือ การที่เอฟบีไอเข้าตรวจสอบ อีเมลของนางฮิลลารี่ ที่อาจทให้นายทรัมป์ พลิกมามีคะแนนนำ ถึงกับเอาไปเทียบว่าจะสร้างความปันป่วนให้กับตลาดเงินมากกว่าผลของเบร็กซิท หากโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งจะเป็นเหตุให้นักลงทุนต่างปรับพอร์ตเพื่อรับมือ

ดังนั้นในวันนี้ภาพตลาดหุ้นต่างประเทศน่าจะออกมาในทางที่เป็นลบ ส่วนราคาน้ำมันดิบความหวังเรื่องลดการผลิตน้ำมันที่จะตัดสินใจ 30 พ.ย. มีน้อยลง บวกกับตัวเลข สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 14.4 ล้านบาร์เรล จะกดราคาน้ำมันดิบ ไว้

สำหรับปัจจัยในประเทศ ไม่ได้มีอะไรใหม่ๆ แรงกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐฯและเก็งงบไตรมาส 3 ยังเป็นตัวบวกของตลาด แต่วันนี้ปัจจัยลบต่างประเทศมีมากกว่า เลือกตั้งสหรัฐฯ กับน้ำมัน จึงมีโอกาสที่ดัชนีฯจะปรับตัวลดลง จากการที่นักลงทุนต่างประเทศหรือสถาบันฯขาย เพื่อลดความเสี่ยงจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และตลาดจะมีผันผวนมาก จากที่นักลงทุนเข้าเก็งกำไรในหุ้นบางตัว

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ แม้จะผ่านการประชุมเฟดไปแล้ว แต่ความเสี่ยงเรื่องผลเลือกตั้งสหรัฐจะเป็นตัวกดดันตลาด เราแนะนำชะลอการลงทุน ในหุ้นขนาดใหญ่ที่ไม่ได้มีปัจจัยบวกหนุน และเข้าลงทุนในลักษณะเก็งกำไรช่วงสั้นๆ เน้นข่าวบวกรายตัว รวมทั้งหุ้นที่มีการเก็งผลประกอบการไตรมาสที่ 3 และหุ้นได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ มองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,490-1,507 จุด